ลองนึกภาพตามนะครับว่า สำหรับคนที่อยู่กับผืนนามาตลอดชีวิต การจะให้ทิ้งอาชีพดั้งเดิมแล้วย้ายเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนอกจากจะเหงาแล้ว ค่าครองชีพในเมืองก็ยังสูงลิ่ว จนหลายคนต้องจำใจจากครอบครัวไปทำงานไกลบ้าน แต่ที่จังหวัดเหงะอาน ประเทศเวียดนาม เขากำลังทดลองแนวทางใหม่ที่น่าสนใจมากครับ คือการเปลี่ยนผ่านจากอาชีพเกษตรกรรมไปสู่ภาคการผลิตอื่น โดยที่แรงงานเหล่านั้นยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิดของตนเองได้ตามปกติ
แนวทางนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาแรงงานชนบทที่ต้องการความมั่นคงทางรายได้มากขึ้น แต่ยังอยากรักษาความผูกพันกับครอบครัวและชุมชนเอาไว้ ซึ่งทางการในพื้นที่ได้เข้ามาสนับสนุนการปรับเปลี่ยนทักษะและการจ้างงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่น ทำให้คนในชนบทไม่ต้องแบกกระเป๋าเข้าเมืองเพื่อแสวงหาโอกาสอีกต่อไป
เปลี่ยนผ่านสู่งานฝีมือและอุตสาหกรรมท้องถิ่น
สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดเหงะอานคือการส่งเสริมให้แรงงานที่เคยทำเกษตรกรรม หันมาพัฒนาทักษะด้านงานฝีมือ หรืองานในภาคอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ แทนที่จะพึ่งพาแค่รายได้จากการเพาะปลูกเพียงอย่างเดียว แรงงานเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานใหม่ที่ตลาดต้องการ ซึ่งช่วยยกระดับรายได้ต่อเดือนให้สูงขึ้นและมีความแน่นอนมากกว่าการทำเกษตรที่ต้องเสี่ยงกับสภาพอากาศหรือราคาผลผลิตที่ผันผวน
การดำเนินงานนี้ไม่ได้ทำแบบสะเปะสะปะนะครับ แต่มีการวางโครงสร้างพื้นฐานและการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อแรงงานเหล่านี้ละทิ้งการทำเกษตรไปแล้ว จะมีงานรองรับในพื้นที่ทันที ซึ่งโมเดลนี้ถือเป็นการรักษาฐานประชากรในชนบทให้ยังคงแข็งแรง แทนที่จะปล่อยให้คนวัยทำงานไหลออกสู่เมืองใหญ่จนเหลือแต่ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน
เบื้องหลังความสำเร็จของการจัดการแรงงาน
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการจัดการที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจภายในจังหวัดเหงะอานเอง โดยการดึงดูดผู้ประกอบการหรือโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้ามาจัดตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่งและทำให้แรงงานเข้าถึงงานได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของแรงงานเป็นไปอย่างราบรื่น
วิธีการนี้ทำให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ภายในชุมชนอย่างชัดเจน เมื่อคนมีงานทำและมีรายได้ ก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยที่วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านยังคงได้รับการรักษาไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ยึดอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเหมือนแต่ก่อนก็ตาม
สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้
- การรวมกลุ่มเพื่อสร้างเครือข่ายแรงงานในท้องถิ่น เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตหรือแปรรูปผลผลิตในพื้นที่แทนการส่งออกวัตถุดิบไปไกล
- การส่งเสริมการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในด้านอื่นที่นอกเหนือจากการเกษตร เพื่อสร้างอาชีพเสริมหรืออาชีพทางเลือกที่ให้รายได้มั่นคงกว่า
- การสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่หรือแรงงานในวัยทำงานสามารถสร้างรายได้ในบ้านเกิดได้โดยไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐาน
ท่านคิดว่าหากบ้านเรามีการสนับสนุนให้แรงงานในภาคเกษตรเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นในพื้นที่แบบนี้บ้าง จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในชนบทได้จริงหรือไม่ครับ
ที่มา: "เกษตรกรรม" - Google News