ลองนึกภาพตามนะครับว่าถ้าเราสามารถควบคุมประตูน้ำได้จากหน้าจอแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องขับรถออกไปที่คันนาไกล ๆ ในวันที่แดดร้อนจัดคงจะดีแค่ไหน ปัญหาเรื่องการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง หรือการที่น้ำไปไม่ถึงปลายทางเพราะการบริหารจัดการที่ไม่ทั่วถึงกำลังจะถูกเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่กรมชลประทานบ้านเรากำลังร่วมมือกับทางประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำเข้ามาปรับใช้จริง
## เทคโนโลยีใหม่จากญี่ปุ่น
เรื่องนี้เป็นการผนึกกำลังกันเพื่อนำระบบที่เรียกว่า พาดิทช์ หรือ Paditch เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม ระบบนี้ไม่ใช่แค่ประตูน้ำธรรมดา แต่เป็นระบบจัดการน้ำอัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยให้การกระจายน้ำมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหัวใจสำคัญคือการลดความขัดแย้งเรื่องการแย่งน้ำที่มักเกิดขึ้นในช่วงที่น้ำมีจำกัด เพื่อให้เกษตรกรทุกคนได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตพืชผลในไร่นาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
## ทำไมต้องเป็นระบบนี้
เบื้องหลังของเทคโนโลยีนี้คือการนำระบบเซนเซอร์และระบบควบคุมอัตโนมัติมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือตัวเกษตรกรเองสามารถติดตามสถานการณ์น้ำได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการคาดคะเนระดับน้ำและลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ การที่หน่วยงานรัฐหันมาใช้เครื่องมือที่แม่นยำแบบนี้จะช่วยให้การวางแผนการส่งน้ำเป็นไปตามความต้องการจริงของพืชในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่การปล่อยน้ำตามความรู้สึกเหมือนแต่ก่อน
## สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้:
1. การใช้ระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะเพื่อลดการสูญเสียน้ำในแปลงนา
2. การนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดสรรน้ำให้เป็นธรรมเพื่อลดปัญหาการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกร
3. การติดตามข้อมูลระดับน้ำผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อวางแผนการเพาะปลูกให้แม่นยำขึ้น
ท่านคิดว่าถ้ามีการนำระบบควบคุมน้ำอัจฉริยะแบบนี้มาใช้ในพื้นที่ของท่าน จะช่วยลดภาระการเฝ้าน้ำในตอนกลางคืนได้มากน้อยแค่ไหนครับ
แหล่งที่มา: "เทคโนโลยีเกษตร เพิ่มผลผลิต" - Google News
โพสต์เมื่อ