เคยไหมที่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วรู้สึกว่าทุกอย่างมันดูเป๊ะไปหมด จนบางทีเราก็แอบสงสัยว่าถ้ามีใครสักคนพยายามล้อเลียนแบรนด์นี้ขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น ล่าสุดมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องปั๊มน้ำมันขนาดมหึมาและตัวมาสคอตรูปตัวบีเวอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์หลังจากมีคนดังพยายามท้าทายกฎหมายของพวกเขา
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง จอห์น โอลิเวอร์ ได้ลองดีด้วยการทำสินค้าที่ล้อเลียนแบรนด์นี้ออกมาขาย โดยใช้มาสคอตกระรอกของเขาพร้อมกับข้อความที่เล่นคำให้ดูคล้ายกับชื่อร้าน ซึ่งในเชิงธุรกิจแล้วนี่คือการกระตุกหนวดเสือชัด ๆ เพราะทางร้านมีชื่อเสียงเรื่องการไล่ฟ้องร้านค้าอื่น ๆ ที่พยายามทำตัวให้คล้ายกับพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง
## ทำไมถึงเลือกฟ้องคนตัวเล็กแทนคนตัวใหญ่
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ แทนที่ทางร้านจะฟ้อง จอห์น โอลิเวอร์ ตามที่เขาเรียกร้อง แต่พวกเขากลับเลือกที่จะนิ่งเฉยและปล่อยผ่านไป เหมือนกับว่ารู้ดีว่าการไปต่อกรกับสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่นั้นไม่คุ้มค่าทางกฎหมายหรืออาจจะเป็นการสร้างกระแสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ฟรี ๆ
แต่ในขณะที่ปล่อยคนดังไป ทางร้านกลับหันไปจัดการกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อรายย่อยในรัฐโอไฮโอแทน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ร้านยักษ์ใหญ่เพิ่งจะเข้ามาเปิดสาขาได้ไม่นาน การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการรังแกคนตัวเล็กที่ไม่มีทีมกฎหมายแข็งแกร่งหรือเงินทุนหนาเหมือนกับบริษัทสื่อระดับโลก
## เบื้องหลังการไล่ฟ้องที่ไม่จบสิ้น
ในมุมของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ การรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์และเครื่องหมายการค้าถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่การที่พวกเขาเลือกเป้าหมายเฉพาะร้านเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางสู้ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่านี่คือการปกป้องสิทธิ์หรือเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งรายย่อยกันแน่
รายงานจากสำนักข่าวท้องถิ่นระบุว่า การขยายสาขาของร้านยักษ์ใหญ่นี้มาพร้อมกับการตรวจสอบร้านค้าในละแวกใกล้เคียงอย่างเข้มข้น ซึ่งสร้างความกดดันให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่พยายามจะลืมตาอ้าปากในธุรกิจประเภทเดียวกัน
ความแตกต่างระหว่างการเผชิญหน้ากับพิธีกรรายการโทรทัศน์ที่มีเงินทุนมหาศาล กับการไล่ฟ้องร้านค้าเล็ก ๆ ในท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทใหญ่ที่เลือกทางเดินที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวเองเสมอ แม้ว่าภาพลักษณ์ที่ออกมาจะดูไม่ค่อยสวยงามในสายตาของสาธารณชนก็ตาม
การที่บริษัทเลือกที่จะเพิกเฉยต่อการท้าทายจากคนดัง แต่กลับหันมาใช้มาตรการทางกฎหมายกับร้านค้ารายย่อยที่ไม่มีทางสู้ คุณคิดว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดในการปกป้องธุรกิจหรือเป็นการใช้อำนาจเหนือกว่าในทางที่ไม่เหมาะสมกันแน่
แหล่งที่มา: The Verge
โพสต์เมื่อ