ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะหลายท่านกำลังเฝ้ารอความชัดเจนเรื่องราคารับซื้อที่จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ในฤดูกาลผลิตใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งล่าสุดได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า นบขพ. โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน เพื่อหารือเรื่องการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทำไมราคาถึงยังไม่ขยับ

ผลสรุปจากการประชุมล่าสุด ได้มีมติให้คงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไว้ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัมไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ก่อนครับ เหตุผลที่ต้องยื้อเวลาออกไปแบบนี้ก็เพราะว่าทางคณะกรรมการต้องการเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กลับไปทบทวนข้อมูลกันให้ละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ลงตัวสำหรับการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลผลิตปี 2569/2570 ที่มีการเสนอตัวเลขปรับขึ้นเป็น 9.97 บาทต่อกิโลกรัม

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความไม่พร้อมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลพวงจากความไม่สอดคล้องกันของข้อมูลจากหลายภาคส่วน ทำให้ฝ่ายนโยบายจำเป็นต้องรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะการจะขยับราคาขึ้นจากเดิมนั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด ซึ่งความขัดแย้งของข้อมูลตัวเลขต้นทุนการผลิตและรายได้ของเกษตรกรถือเป็นประเด็นหลักที่ต้องเร่งแก้ไขให้ตรงกันก่อนที่จะมีการประกาศราคาใหม่ออกมา

โจทย์ใหญ่ที่ต้องหาทางออก

ปัญหาสำคัญที่คณะกรรมการกำลังเผชิญอยู่คือ ความแตกต่างของตัวเลขต้นทุนการผลิตระหว่างข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กับข้อมูลที่ได้รับจากทางกลุ่มเกษตรกรเอง ซึ่งตัวเลขที่แตกต่างกันนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องราคา เพราะในขณะที่บางฝ่ายมองว่าต้นทุนการปลูกข้าวโพดลดลง แต่ข้อมูลจากภาคเกษตรกรกลับสะท้อนภาพความเป็นจริงอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดความย้อนแย้งในเชิงนโยบายที่ต้องเร่งทำความเข้าใจให้ตรงกัน

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่พืชไร่ทั่วไป แต่เป็นวัตถุดิบต้นทางที่สำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายประเภท การตั้งราคาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกี่สตางค์เท่านั้น แต่คือการมองภาพรวมของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด เพื่อให้เกษตรกรอยู่รอดและอุตสาหกรรมสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด ซึ่งการตัดสินใจที่ล่าช้าออกไปนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณานั้นมีความถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุด

สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้

  • ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการวางแผนการผลิตในฤดูกาลใหม่
  • รวบรวมข้อมูลต้นทุนการผลิตจริงในพื้นที่ของตนเองให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนในกรณีที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเกษตรกร
  • ให้ความสำคัญกับการบันทึกบัญชีฟาร์ม เพื่อให้เห็นต้นทุนและรายได้ที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสะท้อนปัญหาเชิงนโยบายในอนาคต

ในมุมมองของพี่น้องเกษตรกร คิดว่าราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมควรจะคำนึงถึงปัจจัยใดเป็นอันดับต้น ๆ ระหว่างต้นทุนการผลิตที่แท้จริงหรือราคาตลาดโลกครับ