เวลาเราพูดถึงการทำเกษตรในปัจจุบัน หลายคนคงเริ่มเห็นแล้วว่าแค่แรงงานคนหรือเครื่องมือแบบเดิมอาจจะไม่พอที่จะสู้กับตลาดโลกได้ งานมหกรรมเกษตรครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ได้อย่างเต็มตัว
งานที่ว่านี้คือ โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2569 ซึ่งเป็นการยกระดับจากงานแสดงสินค้าเกษตรธรรมดา ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจเต็มรูปแบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงผู้บริโภคเข้าด้วยกัน โดยงานนี้ไม่ได้มีแค่การนำเครื่องจักรมาโชว์ แต่ยังรวมเอาผลงานวิจัย นวัตกรรมใหม่ๆ และโอกาสในการเจรจาธุรกิจ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีช่องทางในการขยายตลาดและสร้างมูลค่าให้กับผลผลิตของตัวเองได้มากขึ้น
เจาะลึกหัวใจสำคัญของงาน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ทางผู้จัดได้ร่วมมือกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย โดยมีหน่วยงานสำคัญอย่าง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเกษตร เพื่อผลักดันให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมหรือที่เรียกกันว่า ฟาร์มทรีเพรเนอร์
ภายในงานจะมีการนำเสนอเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลการเกษตรที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง ซึ่งผ่านการวิจัยและพัฒนามาแล้ว นอกจากนี้ยังมีเวทีสำหรับการเจรจาธุรกิจระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางการค้าและเชื่อมโยงสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม
ตั้งเป้าหมายสร้างเศรษฐกิจเกษตร
ทางผู้จัดงานได้คาดการณ์ตัวเลขความสำเร็จไว้อย่างน่าสนใจ โดยตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 70,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังคาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายภายในงานได้ไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท และเมื่อรวมกับการต่อยอดทางธุรกิจในระยะยาวแล้ว คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันได้มากกว่า 3,500 ล้านบาทเลยทีเดียว
งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 ถึง 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรไทยจะได้เข้าไปอัปเดตความรู้และหาลู่ทางใหม่ๆ ในการทำเกษตรให้มีกำไรและยั่งยืนมากขึ้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดการฟาร์ม
สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้:
- การเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว
- การใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้ามูลค่าสูงตามความต้องการของตลาด
- การสร้างเครือข่ายและการเจรจาธุรกิจผ่านเวทีจับคู่ธุรกิจ เพื่อหาช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
- การปรับเปลี่ยนมุมมองจากการทำเกษตรแบบเดิม สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่ใช้ข้อมูลและนวัตกรรมในการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมืออาชีพ
หากท่านมีโอกาสได้ไปร่วมงานนี้ ท่านคิดว่านวัตกรรมประเภทใดที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตในฟาร์มของท่านได้ดีที่สุดครับ
ที่มา: เทคโนโลยีชาวบ้าน