ช่วงนี้บอกเลยว่าวงการโทรศัพท์มือถือที่จีนคึกคักแบบสุด ๆ เพราะมีมือถือเรือธงรุ่นใหญ่เปิดตัวไล่เลี่ยกันมาติด ๆ แบบแทบจะไม่ให้พักหายใจหายคอ ใครที่เป็นสายไอทีคงนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแน่ ๆ เพราะแต่ละค่ายต่างงัดไม้เด็ดออกมาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใครในรอบสัปดาห์นี้
สองยักษ์ใหญ่เปิดศึกชนกันตรง ๆ
ทางฝั่ง Oppo เปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง Find X10 Pro Max ออกมาก่อนเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ชูจุดเด่นด้วยกล้องความละเอียด 200MP ถึง 3 ตัวเต็ม ๆ ส่วนทาง Xiaomi ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เปิดตัวรุ่น 18 Pro Max ตามหลังมาแบบติด ๆ ชนิดที่เรียกว่าห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ความพีคมันอยู่ตรงที่ Xiaomi เลือกฉีกแนวออกไปจากการใส่กล้องซูมเพิ่มแบบเดิม ๆ แล้วหันไปใส่หน้าจอที่สองไว้ที่ด้านหลังตัวเครื่องแทน
หน้าจอหลังสุดล้ำปะทะดีไซน์กล้องสุดคลาสสิก
มาเริ่มดูกันที่หน้าตาภายนอกของ Oppo Find X10 Pro Max กันก่อน รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์โมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนแบบที่ต่อยอดมาจากตระกูล Find X9 โดยแบ่งพื้นที่กล้องหลักสามตัวกับแฟลช LED ออกจากกันอย่างชัดเจน ตัวฝาหลังมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งรุ่น Moon White สีขาวพระจันทร์ที่ใช้กระจกแผ่นเดียวแต่ผสมผสานสองพื้นผิวเข้าด้วยกัน หรือจะเป็นรุ่น Warm Orange สีส้มและ Light Titanium สีไทเทเนียมที่มาพร้อมผิวสัมผัสแบบด้าน แถมยังมีโลโก้ Hasselblad แบรนด์กล้องระดับตำนานมาประดับไว้ให้อารมณ์เหมือนกล้องฟิล์มโบราณ
ส่วนทางด้าน Xiaomi 18 Pro Max มาในแนวทางที่แปลกตาและน่าสนใจมาก ๆ เพราะที่ด้านหลังตัวเครื่องมีหน้าจอ AMOLED ขนาด 2.9 นิ้วฝังมาให้ด้วย รองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz และดันความสว่างได้สูงสุดถึง 4,000นิต หน้าจอนี้ไม่ได้เอาไว้แค่ประดับสวย ๆ นะ แต่ใช้งานได้จริงหลากหลายรูปแบบ ผู้ใช้สามารถอัปโหลดรูปตัวเอง รูปสัตว์เลี้ยง หรือตัวละครโปรด แล้วให้ระบบ AI ของ Xiaomi สร้างเป็นอวาตาร์ตัวการ์ตูนมาแสดงผลที่จอหลังได้ทันที
ลูกเล่นแน่น ๆ และวัสดุตัวเครื่องหลากหลาย
หน้าจอหลังของ Xiaomi ยังรองรับการแสดงผลแอปพลิเคชันมากกว่า 100 แบบตั้งแต่เปิดตัว ครอบคลุมทั้งเรื่องงาน ความบันเทิง ไปจนถึงการสร้างการ์ดข้อมูลด้วย AI จากข้อความที่เราพิมพ์ นอกจากนี้เขายังมีของเล่นเสริมเป็นตุ๊กตาขนนุ่มที่มีชิป NFC ในตัว เอามาแปะติดหลังเครื่องเพื่อเปลี่ยนหน้าตาของจอหลังได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้ช่วยอัจฉริยะที่สั่งงานผ่านจอหลังได้เลย ไม่ต้องพลิกหน้าจอกลับมาด้านหน้าให้เสียเวลา
ในส่วนของหน้าจอหลักด้านหน้าใช้สัดส่วน 19.6:9 พร้อมความโค้งมนที่มุมเครื่องเพียง 1.9 มิลลิเมตร วัสดุด้านหลังมีให้เลือกทั้งแบบไฟเบอร์กลาสและแบบกระจก รุ่นไฟเบอร์กลาสมีสีดำ สีขาว และสีชมพูพีช นํ้าหนักอยู่ที่ 235 กรัม ส่วนรุ่นกระจกอย่างสีฟ้า Galaxy Blue จะมีนํ้าหนัก 240 กรัม และยังมีรุ่นพิเศษแบบใสโชว์ไส้ในสีแดงให้สะสมกันด้วย ซึ่งถือเป็นรุ่นพิเศษแบบใสรุ่นแรกของ Xiaomi นับตั้งแต่รุ่น Mi 10 Ultra เมื่อปี 2020 เลยทีเดียว
ยกเครื่องกล้องหลัง 200MP สามระยะ
ข้ามมาดูเรื่องกล้องถ่ายรูปที่เป็นไฮไลต์เด็ดของทั้งสองรุ่นกันบ้าง เริ่มที่ Oppo Find X10 Pro Max จัดเต็มด้วยการใช้เซนเซอร์ความละเอียด 200MP ทั้งสามตัว ครอบคลุมทั้งกล้องมุมกว้างพิเศษ กล้องหลัก และกล้องซูม ถือเป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้เซนเซอร์ 200MP ครบทุกระยะทางยาวโฟกัส กล้องหลักใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้ว รูรับแสง f/1.5 ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 24 มิลลิเมตร พร้อมระบบกันสั่นระดับ CIPA 6.5
ส่วนกล้องซูมของ Oppo ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/2.1 ระยะ 70 มิลลิเมตร รองรับการถ่ายภาพมาโครระยะใกล้สุด 10 เซนติเมตร และมีระบบกันสั่น CIPA 7.5 ปิดท้ายด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษเซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/2.2 มุมมองกว้าง 124 องศา ที่ทางค่ายบอกว่ารับแสงได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 202% พร้อมเสริมด้วยเลนส์สี Danxia รุ่นที่สอง ช่วยเรื่องการจำลองสีสันให้สมจริงยิ่งขึ้น
มุมมองการถ่ายภาพสไตล์ Leica และระบบประมวลผลภาพ
ฝั่ง Xiaomi 18 Pro Max ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เลือกใช้ชุดกล้องที่ต่างออกไป โดยกล้องหลักใช้เซนเซอร์ Light Hunter 960L ความละเอียด 200MP ขนาด 1/1.28 นิ้ว ทำงานร่วมกับเลนส์ความเร็วสูง Leica Optics Summilux ที่ออกแบบมาเพื่อลดแสงสะท้อนภายในเลนส์ พร้อมสารเคลือบผิวเลนส์หลายชั้นเพื่อลดอาการภาพซ้อนและปัญหาฝ้าขึ้นเลนส์
สำหรับกล้องซูมแบบ Periscope ของ Xiaomi มาพร้อมเซนเซอร์ 200MP ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 ซูมแท้แบบ Optical ได้ 3.2 เท่า และซูมแบบไม่เสียความละเอียดได้สูงสุด 12.8 เท่า มีโหมดถ่ายภาพบุคคลระยะ 75 มิลลิเมตร และรองรับการถ่ายมาโครใกล้ 12 เซนติเมตร ส่วนกล้องมุมกว้างเป็นความละเอียด 50MP มุมมอง 102 องศา รองรับโฟกัสอัตโนมัติใกล้สุด 5 เซนติเมตร พร้อมระบบประมวลผลภาพผ่านคลาวด์และโหมดถ่ายภาพจำลองกล้องฟิล์มหลากหลายสไตล์
ชิปประมวลผล 2nm รุ่นใหม่ล่าสุด
ในส่วนของสมองกล ทั้งสองรุ่นนี้เป็นกลุ่มแรก ๆ ของโลกที่ได้ใช้งานชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม 2nm จากค่ายชั้นนำ โดย Oppo Find X10 Pro Max เลือกใช้ชิป MediaTek Dimensity 9600 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2nm ของ TSMC ใช้แกนประมวลผลขนาดใหญ่ทั้งหมดแบบไม่มีแกนเล็กผสม
ขณะที่ Xiaomi 18 Pro Max เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ซึ่งสร้างบนกระบวนการผลิต 2nm ของ TSMC เช่นเดียวกัน โดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Oryon รุ่นที่ 4 ทำความเร็วคล็อกสูงสุดถึง 5GHz ทาง Xiaomi ระบุว่าชิปตัวนี้สามารถรักษาระดับเฟรมเรตเฉลี่ยให้อยู่ที่ 59.26fps ได้ยาวนานถึง 1 ชั่วโมงเต็มแม้จะเล่นเกมปรับกราฟิกสูงสุด ระหว่างการใช้งานคุณชอบดีไซน์กล้องคลาสสิกเน้นพลังซูมแบบ Oppo หรือชอบหน้าจอด้านหลังสุดล้ำพร้อมลูกเล่นแพรวพราวแบบ Xiaomi มากกว่ากัน
ที่มา: Gizmochina