เคยเป็นไหมครับ เวลาเราเดินเข้าห้องมาแล้วอยากให้ไฟเปิดเองอัตโนมัติ หรือพอเดินออกไปแล้วไฟก็ดับเองโดยที่เราไม่ต้องคอยกดสวิตช์ ยุคนี้เรามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า presence sensor หรือเซนเซอร์ตรวจจับการอยู่อาศัยที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดแบรนด์ Meross ได้ส่งน้องใหม่อย่าง Meross Thread Smart Presence Sensor MS605 ลงสนาม ซึ่งรอบนี้เขาจัดเต็มเทคโนโลยีล้ำ ๆ มาเพียบในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
เจ้าเซนเซอร์ตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่การตรวจจับความเคลื่อนไหวธรรมดา ๆ นะครับ แต่มันรวมเอาทั้งเซนเซอร์ PIR ที่ตรวจจับความร้อนจากร่างกายมนุษย์ เทคโนโลยี mmWave ที่ส่งคลื่นเรดาร์ความถี่สูงไปตรวจจับการขยับตัวแม้เพียงเล็กน้อยอย่างการหายใจ แถมยังมีเซนเซอร์วัดแสง Lux และรองรับมาตรฐาน Matter over Thread อีกด้วย ฟังดูเหมือนจะเป็นเซนเซอร์ในฝันของคนทำบ้านอัจฉริยะเลยใช่ไหมครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันจะเจ๋งสมราคาคุยหรือเปล่า วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับ
ดีไซน์ย้อนยุคแต่ติดตั้งง่ายสุด ๆ
ถ้าพูดถึงเรื่องหน้าตา ต้องบอกตรง ๆ ว่า Meross Thread Smart Presence Sensor MS605 อาจจะดูย้อนยุคไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่าง SwitchBot mmWave Presence Sensor ที่มีดีไซน์โค้งมนดูทันสมัย เจ้า Meross รุ่นนี้กลับมาในทรงกล่องสี่เหลี่ยมหนา ๆ เทอะทะ และมีโดมพลาสติกยื่นออกมาสำหรับเซนเซอร์ PIR ทำให้เวลาเอาไปติดผนังแล้วจะดูสะดุดตาและยื่นออกมาค่อนข้างเยอะพอสมควร
แต่จุดเด่นที่ชดเชยเรื่องหน้าตาคือความยืดหยุ่นในการใช้งานครับ ตัวฐานของมันมีบานพับอยู่ด้านหลัง ทำให้เราสามารถปรับมุมและหันหน้าเซนเซอร์ไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ส่วนการติดตั้งบนผนังก็ใช้แผ่นแถบ Velcro แบบกาวที่แถมมาให้ในกล่อง ช่วยให้เราดึงตัวเซนเซอร์ออกมาได้ง่ายเวลาที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งเจ้าตัวนี้ใช้แบตเตอรี่รุ่น CR123A จำนวน 1 ก้อน โดยทางแบรนด์เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 3 ปีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการตรวจจับของแต่ละบ้านด้วยนะครับ
ฟีเจอร์แน่นแต่แอบเซตอัปเหนื่อย
แม้ว่า Meross Thread Smart Presence Sensor MS605 จะเป็นอุปกรณ์ที่รองรับ Matter over Thread ซึ่งมีรหัส Matter แปะมาให้ข้างเครื่องเลย แต่ในการตั้งค่าและควบคุมการทำงานทั้งหมด คุณยังจำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เข้ากับแอป Meross บนโทรศัพท์มือถืออยู่ดี ซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นจุดที่น่าหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ตัวเซนเซอร์จะตัดการเชื่อมต่อ Bluetooth อัตโนมัติ ทำให้ทุกครั้งที่คุณต้องการเข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่าในแอป คุณจะต้องเดินไปกดปุ่มที่ตัวเซนเซอร์จริง ๆ เพื่อเปิดสัญญาณ Bluetooth ขึ้นมาใหม่
เพื่อช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น Meross ได้ใส่โหมดอัตโนมัติมาให้สำหรับช่วยตั้งค่าการตรวจจับให้แม่นยำ วิธีการคือให้เราเปิดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะรบกวนสัญญาณเรดาร์ เช่น พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ ทิ้งไว้ แล้วเดินออกจากห้องไป เพื่อปล่อยให้ซอฟต์แวร์ทำการวิเคราะห์และจดจำสัญญาณรบกวนเหล่านั้น จากนั้นตัวเซนเซอร์จะปรับแต่งตัวเองเพื่อละเว้นเสียงรบกวนในห้องโดยอัตโนมัติ แต่จากประสบการณ์ใช้งานจริงพบว่าโหมดอัตโนมัตินี้มักจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเจอปัญหานี้ เราก็ยังมีทางเลือกอื่นในการปรับแต่งเองครับ
ปรับแต่งได้ละเอียดถึง 3 โซน
หากโหมดอัตโนมัติทำงานได้ไม่ดีพอ เราสามารถเข้าไปดูประวัติการทำงานในแอป แล้วคอยกดรายงานตัวเซนเซอร์ได้ว่าสัญญาณไหนเป็นการตรวจจับที่ผิดพลาด หรือ false positives นอกจากนี้เรายังสามารถปรับค่าความไวในการตรวจจับแยกตามระยะทางได้ด้วยตัวเองอีกด้วย โดยเราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์ PIR และ mmWave ได้ เช่น ค่าเริ่มต้นจะใช้เรดาร์ mmWave ตรวจจับก่อนแล้วค่อยใช้ PIR หรือจะเปลี่ยนเป็นใช้ PIR ตรวจจับความเคลื่อนไหวตอนแรกสุดก่อน แล้วค่อยใช้เรดาร์ตรวจจับเพื่อรักษาสถานะว่ายังมีคนอยู่ในห้อง หรือถ้าอยากจะปิดเซนเซอร์ PIR ไปเลยแล้วใช้แค่เรดาร์อย่างเดียวก็ทำได้เช่นกัน
ความเจ๋งอีกอย่างคือ Meross Thread Smart Presence Sensor MS605 สามารถแบ่งพื้นที่การตรวจจับออกเป็น 3 โซนตามระยะทาง และเราสามารถตั้งค่าให้มันทำงานแยกกันได้เลย เช่น เมื่อเราเดินเข้ามาในห้องในระยะไกล ให้เปิดไฟส่องสว่างทันที แต่ถ้าเราเดินเข้ามาใกล้ขึ้นแล้วนั่งลงตรงจุดที่กำหนด ค่อยสั่งให้เปิดระบบทำความร้อน นอกจากนี้เรายังปรับตั้งค่าหน่วงเวลาได้ด้วยว่าจะให้ตรวจจับว่ามีคนอยู่หลังจากผ่านไปกี่วินาที ซึ่งค่าเริ่มต้นตั้งไว้ที่ 0 วินาที และตั้งเวลาหน่วงก่อนจะระบุว่าไม่มีคนอยู่ในห้องได้ด้วย
เมื่อเรานำเซนเซอร์ตัวนี้ไปเชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะผ่าน Thread และ Matter การแสดงผลจะแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์มที่เราใช้ครับ หากเชื่อมต่อกับ Apple Home ตัวเครื่องจะแสดงผลแยกเป็นเซนเซอร์ตรวจจับ 3 ตัว และเซนเซอร์วัดแสง Lux อีก 1 ตัว แต่ Apple Home จะไม่สามารถสร้างระบบอัตโนมัติหรือ Automations โดยอ้างอิงจากระยะเวลาที่ตรวจจับเจอหรือไม่เจอคนได้ ทำให้ต้องพึ่งพาการตั้งเวลาหน่วงจากแอป Meross เป็นหลัก ส่วนถ้าเชื่อมกับ Alexa เซนเซอร์วัดแสง Lux จะไม่สามารถใช้งานได้เลย และหากเชื่อมกับ Homey คุณจะได้ฟีเจอร์ครบเหมือน Apple Home แถมยังสามารถสร้างเงื่อนไข Flows ตามระยะเวลาที่ตรวจจับได้ด้วย แต่ต้องระวังนะครับ เพราะหากคุณตั้งเวลาหน่วงในแอป Meross ไว้ 30 วินาที แล้วไปตั้งเงื่อนไขหน่วงเวลาคล้าย ๆ กันใน Homey อีก คุณอาจจะต้องยืนรอถึง 1 นาทีกว่าระบบอัตโนมัติจะเริ่มทำงาน
ในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานจริง ในช่วงแรกนั้นอาจจะไม่ได้น่าประทับใจเท่าไหร่นัก เพราะหลังจากใช้ระบบตั้งค่าอัตโนมัติแล้ว ตัวแอปแจ้งว่าตั้งค่าเสร็จสิ้น แต่กลับแสดงสถานะว่ามีคนอยู่ในห้องทำงานทั้ง ๆ ที่ห้องนั้นว่างเปล่า การพยายามปรับค่าความไวด้วยตัวเองและคอยลบสัญญาณรบกวนในประวัติต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมาก และการลดเวลาหน่วงเพื่อระบุว่าไม่มีคนอยู่ก็ทำให้เซนเซอร์ทำงานไม่เสถียร เช่น ปิดไฟเร็วเกินไปทั้ง ๆ ที่เรายังอยู่ แต่เมื่อลองเปลี่ยนโหมดการทำงานมาเป็นใช้ PIR ตรวจจับก่อนแล้วค่อยใช้เรดาร์ mmWave ก็พบว่าทำงานได้ดีขึ้นมาก และสำหรับในห้องทำงาน การใช้เรดาร์ mmWave ก็ช่วยให้ตรวจจับได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อปรับแต่งอย่างลงตัวแล้ว
แล้วสำหรับระบบบ้านอัจฉริยะของคุณล่ะครับ คิดว่าเซนเซอร์ที่ต้องใช้เวลาปรับแต่งเยอะหน่อยแต่ได้ฟีเจอร์ครบเครื่องอย่าง Meross Thread Smart Presence Sensor MS605 ตัวนี้ จะคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงมาติดตั้งใช้งานกันไหมครับ?
ที่มา: The Ambient