ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวสารวงการไอทีคงจะพอรู้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนไม่ได้เติบโตหวือหวานัก แถมยังมีเรื่องให้ปวดหัวกันเรื่อย ๆ ล่าสุดมีรายงานตัวเลขที่น่าสนใจมากจากสำนักวิจัยตลาดชื่อดังอย่าง Counterpoint Research ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลยอดขายสมาร์ทโฟนในทวีปยุโรปช่วงไตรมาส 2 ของปี 2026 ข้อมูลนี้บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนซื้อสมาร์ทโฟนผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ภาพรวมตลาดที่กำลังหดตัว

จากรายงานดังกล่าวระบุว่ายอดขายสมาร์ทโฟนผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือในยุโรปช่วงไตรมาส 2 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ถ้ามองไปที่ตลาดทั่วไปแบบซื้อเครื่องเปล่าตัวเลขกลับร่วงลงไปถึง 11% เลยทีเดียว เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมารวมกันแล้วยอดขายสมาร์ทโฟนโดยรวมในตลาดนี้ลดลงไป 8% ด้วยกัน

สถานการณ์แบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเครื่องเปล่ากำลังเผชิญกับมรสุมหนักหน่วงกว่าช่องทางอื่น ๆ ค่อนข้างชัดเจน ทำให้หลายคนเริ่มจับตามองว่าอะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ช่องทางขายผ่านค่ายมือถือยังคงประคับประคองตัวเลขเอาไว้ได้ดีกว่าตลาดทั่วไป

การพลิกโผครั้งสำคัญของเบอร์ 1

ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็คือ Apple ที่สามารถแซงหน้า Samsung ขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในช่องทางขายผ่านเครือข่ายมือถือของยุโรปได้สำเร็จในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อย่าง Motorola และ vivo ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเติบโตผ่านการวางตำแหน่งสินค้าและกลยุทธ์ที่สอดรับกับค่ายมือถือรายใหญ่ในยุโรป

เบื้องหลังความสำเร็จของการพลิกบัลลังก์ครั้งนี้ ทางนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจากปัญหาต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาประหยัดในยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำไมช่องทางค่ายมือถือถึงรอดตัวได้ดีกว่า

เมื่อเจาะลึกดูรายละเอียดแล้วจะพบว่ายอดขายสมาร์ทโฟนผ่านค่ายผู้ให้บริการในยุโรปมักจะเป็นกลุ่มสินค้าระดับไฮเอนด์มากกว่าตลาดทั่วไป เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจสัญญาบริการราย tháng ทำให้แบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Apple ได้อานิสงส์จากจุดนี้เต็ม ๆ

ตัวเลขสถิติยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีเพราะส่วนแบ่งยอดขายสมาร์ทโฟนของ Apple ผ่านค่ายมือถือในยุโรปขยับเพิ่มขึ้นจาก 33% ในไตรมาส 2 ของปี 2025 มาอยู่ที่ 37% ในไตรมาส 2 ของปี 2026 ในขณะที่ส่วนแบ่งของ Samsung กลับลดลงจาก 39% เหลือเพียง 34% ในช่วงเวลาเดียวกัน

การเติบโตที่น่าจับตาของแบรนด์อื่น

แม้ว่าสองยักษ์ใหญ่จะแย่งชิงพื้นที่กันอย่างดุเดือด แต่แบรนด์จากจีนอย่าง vivo กลับทำสถิติเติบโตปีต่อปีสูงสุดในช่องทางค่ายมือถือด้วยตัวเลขพุ่งกระฉูดถึง 90% ตามมาด้วย Motorola ที่อยู่ในอันดับถัดมาด้วยอัตราการเติบโต 27%

Jan Stryjak ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint Research ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านี้ให้ฟังว่า ยอดขายผ่านผู้ให้บริการในยุโรปมักเอียงไปทางสมาร์ทโฟนระดับบนและแบรนด์พรีเมียมอย่าง Apple, Samsung และ Google มากกว่า

วิกฤตราคาหน่วยความจำคือตัวเปลี่ยนเกม

ทางผู้บริหารของสำนักวิจัยยังระบุอีกว่า การที่ตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาประหยัดต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตราคาหน่วยความจำจนซบเซาอย่างหนักในปี 2026 นี้ กลายเป็นผลดีโดยตรงต่อช่องทางจำหน่ายของค่ายมือถือ ทำให้มียอดขายตกลงน้อยกว่าตลาดทั่วไปค่อนข้างมาก

เขายังคาดการณ์ด้วยว่าช่องทางค่ายมือถือจะยังคงสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกในช่วงไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า ตราบใดที่ตลาดยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาชิ้นส่วนราคาแพงเช่นนี้ต่อไป

ความเคลื่อนไหวของฝั่งร้านค้าอิสระ

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารรายเดิมยังได้เสริมข้อมูลทิ้งท้ายไว้อีกมุมหนึ่งว่า ร้านค้าปลีกอิสระทั่วไปได้เริ่มหันมาเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดสู้กับค่ายมือถือมากขึ้นแล้วในตอนนี้

ความพยายามเหล่านี้อาจจะช่วยบรรเทาผลกระทบเรื่องราคาสินค้าที่สูงขึ้น และน่าจะช่วยกระตุ้นตลาดเครื่องเปล่าให้กลับมาคึกคักได้บ้างในอนาคตอันใกล้นี้ แล้วคุณล่ะคิดว่าเทรนด์การซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมแพ็กเกจสัญญาค่ายมือถือในบ้านเราจะเปลี่ยนไปเหมือนฝั่งยุโรปบ้างไหม