ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าววงการไอทีและสมาร์ทโฟน น่าจะพอรู้ว่าค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ต่างก็ต้องปรับตัวกันยกใหญ่เพื่อความอยู่รอดในตลาดที่มีการแข่งขันสูงปรี๊ดแบบนี้ ล่าสุดมีกระแสข่าววงในหลุดออกมาว่าทาง Samsung อาจจะต้องโบกมือลาโปรเจกต์ใหญ่ที่ทำมาหลายปีแล้ว เพื่อหันไปโฟกัสกับสิ่งที่ทำเงินได้เข้าเนื้อมากกว่าเดิมอย่างจริงจัง

เรื่องของเรื่องก็คือแม้ว่าธุรกิจชิปเซมิคอนดักเตอร์โดยรวมในปีนี้จะเติบโตพุ่งกระฉูดจนน่าใจหาย แต่ในส่วนของธุรกิจชิปที่ไม่ใช่หน่วยความจำกลับยังต้องดิ้นรนและประสบปัญหาขาดทุนอยู่พอสมควร เพื่อทำให้หน่วยธุรกิจโรงงานผลิตชิปและออกแบบตรรกะชิปกลับมาทำกำไรได้ ทางบริษัทเลยน่าจะตัดสินใจเบรกโปรเจกต์การทำชิปสำหรับรถยนต์ไปเลยดีกว่า

จุดเริ่มต้นข่าวลือและทิศทางใหม่

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปีที่แล้วก็เริ่มมีกระแสข่าวลือออกมาหนาหูว่าทาง Samsung กำลังชั่งใจเรื่องการถอนตัวออกจากตลาดชิปประมวลผลยานยนต์ และล่าสุดมีรายงานจากสื่ออย่าง Munhwa ระบุว่ายักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้รายนี้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการแล้วที่จะหยุดการพัฒนาชิป Exynos Auto ซีรีส์ใหม่ ๆ สำหรับรถยนต์ในอนาคต ทั้ง ๆ ที่ทุ่มเงินลงทุนไปกับโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ปี 2018

ที่ผ่านมาทาง Samsung เคยคว้าดีลใหญ่ในการส่งมอบชิป Exynos Auto ให้กับค่ายรถยนต์อย่าง Hyundai ไปเมื่อปี 2023 และเพิ่งได้ดีลกับ BMW ไปเมื่อปี 2025 ซึ่งทางบริษัทก็ยืนยันว่าจะยังคงรับผิดชอบการผลิตตามสัญญาที่มีอยู่กับค่ายรถยนต์เหล่านี้จนครบถ้วน แต่จะไม่พัฒนาชิปประมวลผลสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่อีกต่อไปแล้ว

เหตุผลเบื้องหลังตัวเลขที่ไม่คุ้มค่า

สาเหตุหลักที่ทำให้ต้องถอดใจกับตลาดรถยนต์ก็มาจากเรื่องของต้นทุนและกำไรล้วน ๆ เพราะการพัฒนาชิป Exynos Auto แต่ละรุ่นนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่า 100,000 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2,700 ล้านบาท แต่ราคาขายส่งกลับตกอยู่เพียงแค่ชิ้นละ 20 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 700 ถึง 1,400 บาทเท่านั้นเอง

แถมในตลาดชิปยานยนต์ปัจจุบันยังมีคู่แข่งเจ้าพ่อใหญ่อย่าง Qualcomm ครองตลาดอยู่แบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ทาง Samsung มองเห็นแล้วว่ายากเหลือเกินที่จะประคับประคองให้ธุรกิจนี้ทำกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว การหยุดขาดทุนแล้วโยกย้ายทรัพยากรจึงดูจะเป็นทางเลือกที่เข้าท่ากว่าในตอนนี้

หันซ้ายหันขวาไปจับตลาดทำเงิน

เมื่อถอยออกจากสนามชิปยานยนต์ ทาง Samsung ก็เตรียมหันมาโฟกัสกับกลุ่มสินค้าที่ทำกำไรสูง ๆ อย่างระบบประมวลผลบนชิปหรือ SoC สำหรับสมาร์ทโฟนและเซนเซอร์กล้องแทน โดยมีรายงานว่าบริษัทกำลังพยายามขยายการใช้งานชิป Exynos ในสมาร์ทโฟนของตัวเองให้มากขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่การใช้ชิป Exynos 2700 ในรุ่น Galaxy S27 Ultra สำหรับวางขายในภูมิภาคยุโรปและเกาหลีใต้

นอกจากนี้ทางบริษัทยังสามารถคว้าคำสั่งซื้อเซนเซอร์กล้องจาก Apple สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟน iPhone รุ่นถัดไปได้อีกด้วย ซึ่งพวกเขาได้เริ่มเดินหน้าผลิตเซนเซอร์กล้องเหล่านั้นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ณ โรงงานผลิตชิปในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

การกระจายความเสี่ยงสู่เทคโนโลยีอื่น

นอกเหนือจากเรื่องสมาร์ทโฟนและเซนเซอร์กล้องแล้ว ทาง Samsung ยังพยายามกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยการขยายไปสู่ตลาดชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI รวมถึงชิปควบคุมการแสดงผลหรือ DDI และชิปจัดการพลังงานหรือ PMIC เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในระยะยาว คุณคิดว่าการที่ Samsung ยอมถอยจากตลาดรถยนต์เพื่อมาลุยสมาร์ทโฟนเต็มตัวแบบนี้ จะช่วยให้พวกเขากลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ได้ทันใจแค่ไหนกันแน่