ช่วงเวลาเปิดเทอมของเด็ก ๆ กำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง และมันมักจะมาพร้อมกับความวุ่นวายที่ตั้งตัวแทบไม่ทัน อยู่ดี ๆ รายการของใช้ที่ต้องซื้อก็โผล่มาในอีเมล ตารางนัดพบคุณครูก็ถูกเพิ่มเข้ามาในปฏิทิน และเราก็มีเวลาแค่ราว ๆ 3 สัปดาห์ก่อนที่กระดิ่งโรงเรียนจะดังขึ้นเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม

แต่ข่าวดีก็คือการจัดเตรียมระบบต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราสบายไปตลอดทั้งปีการศึกษาแบบยาว ๆ เลย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากหรือต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงอะไร แค่ทำระบบง่าย ๆ ไม่กี่อย่างเพื่อให้ชีวิตประจำวันช่วงเปิดเทอมมันจัดการได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรเตรียมให้พร้อมก่อนเปิดเทอมจะมาถึง

ข้อผิดพลาดเรื่องการเตรียมตัวเปิดเทอมที่หลายบ้านชอบทำ

สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกเดือนสิงหาคมในหลาย ๆ บ้านก็คือ เมื่อรายการของใช้มาถึง ทุกคนก็พากันแห่ไปห้างสรรพสินค้า ได้รถเข็นที่เต็มไปด้วยแฟ้ม สมุด ปากกาเน้นข้อความ และสมุดบันทึกกลับมาบ้าน แล้วทุกอย่างก็ถูกเทกองไว้บนโต๊ะกินข้าวหรือยัดใส่กระเป๋าเป้โดยไม่มีที่วางเป็นหลักแหล่ง ไม่มีระบบ และไม่มีแผนเลยว่าของพวกนี้ควรจะไปอยู่ตรงไหนในชีวิตประจำวัน

เมื่อมีอุปกรณ์แต่ไม่มีระบบระเบียบ สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นกองรกชิ้นใหม่ในบ้าน แฟ้มเอกสารกระจายไปอยู่ตามห้องต่าง ๆ ดินสอสำรองหายเกลี้ยงภายในสัปดาห์เดียว ปากกาเน้นข้อความถูกหยิบมาใช้ครั้งเดียวแล้วก็ไม่รู้ว่าไปนอนอยู่ไหน และพอถึงเดือนตุลาคม กระเป๋าเป้ของลูกก็กลายเป็นหลุมดำที่กลืนทั้งใบขออนุญาตและกล่องข้าวหายไปอย่างไร้ร่องรอย

วิธีแก้ปัญหาไม่ใช่การไปซื้ออุปกรณ์ที่ดีกว่าเดิม แต่คือการสร้างระบบไว้รักษาก่อนที่ของพวกนั้นจะมาถึงบ้านเสียอีก ก่อนที่เราจะซื้อหรือแกะกล่องอะไร ให้ตัดสินใจให้เรียบร้อยก่อนว่าของแต่ละชิ้นควรจะอยู่ตรงไหน มุมทำการบ้านจะอยู่ตรงไหน เมื่อเด็ก ๆ เดินเข้าบ้านมา กระเป๋าเป้ควรจะวางตรงจุดไหน และเอกสารจากโรงเรียนควรจะไปซุกตัวอยู่ที่ตรงไหน หาคำตอบพวกนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยซื้ออุปกรณ์มาเติมทีหลัง

วิธีเซ็ตมุมทำการบ้านที่เด็ก ๆ จะยอมใช้งานจริง

หัวใจสำคัญที่สุดของมุมทำการบ้านไม่ใช่เรื่องความสวยงาม หรือว่ามีอุปกรณ์อะไรวางอยู่บ้าง แต่มันคือเรื่องของทำเลที่ตั้งต่างหาก เด็ก ๆ มักจะทำการบ้านในที่ที่พวกเขารู้สึกสบายและคุ้นเคย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือโต๊ะกินข้าว โซฟา หรือไม่ก็บริเวณที่คุณแม่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง

ดังนั้น มุมทำการบ้านที่ซ่อนตัวเงียบ ๆ อยู่ในห้องทำงานที่ไม่มีใครเดินผ่าน ก็จะเป็นมุมที่ไม่มีใครยอมไปใช้งานเช่นกัน ให้เลือกจุดที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับเด็กเล็กอาจหมายถึงโต๊ะกินข้าวหรือโต๊ะอาหารที่พ่อแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ส่วนเด็กโตหรือวัยรุ่นอาจจะเป็นโต๊ะในห้องนอนของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเลือกจุดไหน จุดนั้นต้องเป็นที่เดิมทุกวันเพราะความคุ้นเคยจะสร้างวินัยขึ้นมาเอง

เมื่อเลือกสถานที่ได้แล้ว สิ่งที่ควรมีประจำจุดนี้ประกอบด้วย ดินสอและปากกาที่เหลาคมแล้ว ใส่ไว้ในแก้วหรือที่ใส่ปากกาให้อยู่ประจำที่ อุปกรณ์พื้นฐานที่เอื้อมหยิบถึงได้ง่าย เช่น กรรไกร ไมบรรทัด ยางลบ และปากกาเน้นข้อความ บนโต๊ะต้องโล่งไม่มีของใช้อื่นมาวางเกะกะถาวร และวางกระเป๋าเป้ไว้ใกล้ ๆ เพื่อที่ทำการบ้านเสร็จจะได้เก็บใส่กระเป๋าได้ทันที

ระบบจัดการกระดาษเอกสารที่ไม่ทำให้บ้านรก

กระดาษจากโรงเรียนคือสิ่งที่ไหลมาเทมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเปิดเทอม ทั้งใบขออนุญาต จดหมายเวียน ผลงานศิลปะ ผลการสอบ ใบสมัครงานโรงเรียน เมนูอาหารกลางวัน และรูปถ่าย ทุกอย่างไหลทะลักออกจากกระเป๋าเป้แล้วมองหาที่กองของมัน

ถ้าไม่มีระบบจัดการที่ดี เอกสารพวกนี้จะมากองรวมกันบนเคาน์เตอร์ครัว กลายเป็นกองกระดาษที่สร้างความหงุดหงิดใจเล็ก ๆ ทุกครั้งที่เราเดินผ่าน วิธีแก้คือต้องคัดแยกตั้งแต่วันแรกที่ได้รับ เอกสารชิ้นไหนต้องจัดการให้ทำทันที ไม่เก็บไว้ทำพรุ่งนี้

ระบบง่าย ๆ 3 ขั้นตอนที่ว่ามีดังนี้ ขั้นแรก เอกสารที่ต้องจัดการทันทีให้เอาไปไว้ในจุดที่มองเห็นง่าย เช่น ใบขออนุญาตที่ต้องเซ็นหรือแบบฟอร์มที่ต้องส่งคืน ให้ใส่ไว้ในถาดรับเอกสารหรือติดไว้ที่ตู้เย็นทันที ขั้นที่สอง เอกสารที่ควรเก็บรักษาไว้ เช่น สมุดพกประวัติการฉีดวัคซีน หรืออะไรก็ตามที่อาจจะต้องใช้ในอนาคต ให้ใส่แฟ้มเก็บเอกสารแยกเป็นรายบุคคลให้เรียบร้อย ขั้นที่สาม นอกเหนือจากนั้นให้ทิ้งลงถังรีไซเคิลไปเลยในวันเดียวกัน เช่น จดหมายเวียนประจำสัปดาห์ที่ไม่ได้อ่าน หรือใบปลิวงานอีเวนต์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว

จัดระเบียบกิจวัตรยามเช้าให้ชีวิตไม่เร่งรีบ

เช้าวันไปโรงเรียนที่ราบรื่นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มันเกิดขึ้นจากการตัดสินใจทำทุกอย่างให้เรียบร้อยตั้งแต่คืนก่อนหน้า และข้าวของต่าง ๆ ก็วางอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่

สิ่งแรกที่ควรจัดเตรียมคือสถานีกระเป๋าเป้ข้างประตูบ้าน อาจจะเป็นตะขอแขวน ชั้นวาง หรือมุมเฉพาะสำหรับวางกระเป๋า เมื่อกระเป๋าเข้ามาในบ้านต้องเอามาวางไว้ตรงจุดนี้ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเด็ก ๆ รู้ว่ากระเป๋าอยู่ตรงไหน เช้าวันใหม่ก็จะไม่เริ่มต้นด้วยการวิ่งวุ่นหาของให้หัวหมุน

ทุกอย่างต้องถูกแพ็กให้เสร็จตั้งแต่คืนก่อนหน้า ทั้งการเอาการบ้านใส่กระเป๋า แฟ้มเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว รวมถึงการเตรียมอาหารกลางวันหรือจัดเตรียมชุดนักเรียนให้พร้อม เพื่อให้เช้าวันรุ่งขึ้นกลายเป็นเช้าที่ผ่อนคลายและไม่ต้องวิ่งวุ่นวาย คุณพ่อคุณแม่มีเทคนิคการจัดระเบียบมุมไหนในบ้านช่วงเปิดเทอมที่ทำแล้วเวิร์กที่สุด ลองมาแชร์ให้ฟังกันหน่อย