เวลาที่เราเดินชมห้องตัวอย่างตามงานออกแบบบ้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่เรามักจะเจอห้องที่จัดเต็มจนดูเว่อร์วังอลังการเพราะดีไซเนอร์อยากโชว์ของให้เตะตาคนมางาน แต่สำหรับ Peter Dunham อินทีเรียดีไซเนอร์ชื่อดัง เขากลับเลือกเดินสวนกระแสในการแต่งห้องนอนสำหรับงาน Kips Bay Decorator Show House ที่จัดขึ้นในเมือง New York ปีนี้ ด้วยการออกแบบห้องในแบบที่ตัวเองอยากใช้งานจริง ๆ แทนที่จะคิดถึงความต้องการของลูกค้าคนอื่น
Peter Dunham บอกว่าห้องนี้มีความเห็นแก่ตัวนิดหน่อยตรงที่เป็นห้องชุดพักผ่อนขนาดเล็กใน New York แบบที่เขาอยากเป็นเจ้าของจริง ๆ ในทำเลนั้น โดยเขาตั้งใจเชื่อมโยงบรรยากาศของห้องให้เข้ากับสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและย่าน Greenwich Village รอบ ๆ ตัวอาคาร สีสันที่เขาเลือกจึงดึงเอาสีเขียวของต้นไม้และสีสนิมของอิฐด้านนอกเข้ามาไว้ข้างใน ทำให้เลเยอร์ของงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ดูเหมือนค่อย ๆ สะสมกาลเวลามานานหลายสิบปีไม่ใช่แค่เสร็จภายในไม่กี่วัน
กฎ 75 ต่อ 25 และการผสมผสานสิ่งของ
เคล็ดลับแรกที่ Peter Dunham นำมาใช้คือการยึดกฎ 75 ต่อ 25 ซึ่งหมายความว่าสิ่งของในห้องควรเป็นของใหม่สูงสุด 75% และอย่างน้อย 25% ต้องเป็นของเก่าหรือของมือสองที่ไปหาเจอมา โดยในห้องนี้เขาเลือกใช้โซฟาโบราณที่นำมาหุ้มผ้ากำมะหยี่สีเขียวใหม่ เก้าอี้อาร์มแชร์สไตล์ Louis XVI และโต๊ะหินอ่อนสีดำสไตล์ฝรั่งเศสยุคใหม่ การผสมผสานนี้ช่วยให้ห้องดูมีความหลากหลายและเชื่อมโยงระหว่างตึกเก่าด้านนอกกับสถาปัตยกรรมภายในที่ทันสมัยเข้าหากันได้ลงตัว
นอกจากนี้เขายังมองว่าห้องที่ดีต้องรู้จักผสมผสานระหว่างชิ้นงานที่ดูหนานุ่มกับชิ้นงานที่ดูโปร่งบางเข้าด้วยกัน ชิ้นงานหนานุ่มคือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ อย่างโซฟาผ้ากำมะหยี่ ส่วนชิ้นงานโปร่งบางคือพวกเก้าอี้กิ่งไม้โบราณหรือโคมไฟติดผนัง เพื่อไม่ให้รูปทรงทุกอย่างในห้องดูแข่งขันกันเองจนเกินไป
พรมผืนใหญ่และเทคนิคคุมพื้นที่แคบ
หลายคนเวลาแต่งห้องมักจะพยายามใช้พรมหลาย ๆ ผืนเพื่อแบ่งโซนในห้องกว้าง แต่สำหรับ Peter Dunham แล้ว เขาเลือกใช้พรมผืนใหญ่อันเดียวจาก Marc Phillips เพราะการใช้พรมสองผืนจะทำให้ห้องดูกินพื้นที่และเล็กลง การมีพรมผืนใหญ่ช่วยรวบรวมทุกอย่างในห้องให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ส่วนหน้าต่างเดิมของตัวอาคารซึ่งอยู่ในห้องที่กว้างเพียงราว 3 เมตรเศษ ดีไซเนอร์เลือกใช้ม่านปรับระดับแบบ Roman shades จำนวน 3 ชุด แทนที่จะใช้ผ้าม่านแบบยาว เพราะผ้าม่านแบบเดิมจะกินพื้นที่และความลึกของพื้นห้องไปอีกราว 15 ถึง 20 เซนติเมตร การใช้ม่านแบบนี้จึงช่วยรักษาพื้นที่ใช้สอยอันมีค่าไว้ได้แถมยังควบคุมแสงได้แม่นยำกว่า
เตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องขนาดเล็ก
ความเชื่อที่ว่าห้องเล็กห้ามใส่เตียงใหญ่ถูกลบล้างโดย Peter Dunham ที่บอกว่ายิ่งห้องมีขนาดเล็กเท่าไหร่ เรายิ่งมีเหตุผลที่ควรใส่เตียงแบบมีเสาหลังคาหรือเตียงสี่เสาเข้าไปมากขึ้น เหมือนกับตอนที่เขาเคยอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ห้องนอนเล็ก ๆ แล้วลองเอาเตียงเสาหนา ๆ สไตล์ Georgian ไปใส่ ทำให้ห้องแม่บ้านธรรมดา ๆ กลายเป็นห้องที่มีเสน่ห์น่าสนใจขึ้นมาทันที
แทนที่จะใช้ลวดลายวอลเปเปอร์ทั่วไป เขาเลือกใช้ผ้าพิมพ์ลายลินินคอลเลกชันใหม่ของตัวเองที่ชื่อว่า Jacob's Stripe มาบุผนังห้องทั้งหมด เพราะช่วยซับเสียงและเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ แถมยังทำผ้าม่านหน้าต่างและประตูให้กลมกลืนกันไปในตัวเพื่อให้เกิดความรู้สึกโอบล้อมและผ่อนคลายรอบทิศทาง 360 องศา
เติมชีวิตชีวาด้วยงานศิลปะและรายละเอียดเฉพาะตัว
ในช่วงแรกที่ทีมงานติดตั้งห้องเสร็จ Peter Dunham รู้สึกว่าห้องยังดูธรรมดาและค่อนข้างน่าเบื่อ จนกระทั่งนำงานศิลปะทั้งหมดมาแขวนผนัง ทุกอย่างก็พลิกฟื้นและโดดเด่นขึ้นมาทันที งานศิลปะจากศิลปินในพื้นที่ Los Angeles หลายคนช่วยทำให้ห้องมีชีวิตชีวาและสร้างบทสนทนาระหว่างชิ้นงานต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว
ความพิเศษของห้องนี้ยังอยู่ที่การใส่ใจรายละเอียดเฉพาะตัว เช่น การดัดแปลงโครงเตียงเก่าให้กลายเป็นเตียงนอนสุดอลังการ การนำผ้าโบราณของอังกฤษมาทำหัวเตียง หรือการทำโคมไฟดีไซน์พิเศษจากผ้าคาดเอวชุดกิโมโนโบราณของญี่ปุ่น เพื่อให้ห้องมีเอกลักษณ์ที่หาซื้อจากร้านค้าทั่วไปไม่ได้ ปิดท้ายด้วยการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการนำผ้าแบบเดียวกับหลังคาเตียงมาหุ้มสปริงรองรับที่นอน เพื่อให้ภาพรวมของห้องดูเนี้ยบและกลมกลืนกันในทุกตารางนิ้ว ห้องนอนสไตล์ทาวน์เฮ้าส์หลังนี้มีมุมไหนที่คุณอยากลองหยิบไปปรับใช้กับห้องนอนที่บ้านบ้าง
ที่มา: Domino