ลองจินตนาการถึงบ้านเดี่ยวสไตล์ Cape Cod ยุค 1950 ขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ติดกับสวนสาธารณะบรรยากาศน่ารัก แต่พอครอบครัวเริ่มโตขึ้นและสายปาร์ตี้ที่ชอบเปิดบ้านต้อนรับเพื่อนฝูงบ่อย ๆ พื้นที่เดิมก็เริ่มไม่พอใช้งาน ปัญหานี้ทำให้หลายคนปวดหัวเพราะไม่อยากทุบบ้านเดิมทิ้ง แต่ถ้าสร้างต่อเติมมั่ว ๆ ก็กลัวจะเสียหน้าตาบ้านอันเสน่ห์น่ารักริมถนนไป
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับ Jou-Yie Chou หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Post Company สตูดิโอดีไซน์ชื่อดังใน Brooklyn และ Jackson ที่โด่งดังจากการออกแบบโรงแรมหรูหลายแห่ง โดยเขากับครอบครัวได้ย้ายจากคอนโดใน Brooklyn มาอยู่อาศัยที่เมือง Lakeville ใน Litchfield County รัฐ Connecticut ตั้งแต่ช่วงปี 2020 ซึ่งตอนแรกบ้านหลังนี้มีพื้นที่ราว 1,300 ตารางฟุต (ประมาณ 120 ตารางเมตร) เท่านั้น
รวมสองยุคสมัยอย่างลงตัวด้วยแนวคิด Old is Old, New is New
หลังจากอยู่อาศัยได้ราว 2 ปี ครอบครัวก็ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว Jou-Yie Chou และทีมงาน Post Company จึงรับหน้าที่รีโนเวทและขยายพื้นที่บ้านทั้งหมด โดยตั้งโจทย์ว่าจะต้องรักษาภาพจำของหน้าบ้านดั้งเดิมสุดน่ารักที่มองมาจากริมถนนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
แนวทางการแก้ปัญหาทางสถาปัตยกรรมของ Post Company คือการไม่ปิดบังประวัติศาสตร์ของอาคารด้วยคำนิยามสั้น ๆ ว่า สิ่งเก่าก็คือสิ่งเก่า สิ่งใหม่ก็คือสิ่งใหม่ พวกเขาเลือกเก็บโครงสร้างบ้านเดิมสไตล์ Cape Cod ยุค 1950 เอาไว้ทั้งหมด เปลี่ยนแผ่นไม้ฝาผนังด้านนอกใหม่และทาสีด้วยโทน Oilcloth ของ Benjamin Moore
จากนั้นสร้างอาคารทรงโรงนา 2 ชั้นสุดโมเดิร์นขึ้นมาใหม่ที่ด้านหลังบ้านเดิม แล้วเชื่อมต่ออาคารทั้งสองหลังเข้าด้วยกันผ่านโครงสร้างอาคารหลังคาปั้นหยาชั้นเดียว ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้พื้นที่บ้านเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวโดยที่คนผ่านไปมาหน้าบ้านแทบจะไม่รู้สึกว่ามีอาคารใหญ่ซ่อนอยู่ด้านหลังเลย
พื้นที่เชื่อมต่อแห่งการสังสรรค์และครัวคู่ใจสายปาร์ตี้
โครงสร้างชั้นเดียวที่เชื่อมระหว่างบ้านเก่ากับอาคารโรงนาใหม่ ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางของการปฏิสัมพันธ์และการสังสรรค์อย่างแท้จริง ด้านในประกอบด้วยห้องโคลนสำหรับเก็บรองเท้าเสื้อหนาว ห้องครัว และห้องเก็บของแห้ง โดยตกแต่งพื้นและผนังส่วนใหญ่ด้วยกระเบื้องอิฐ Fireclay สีเขียวสดใส
เนื่องจากครอบครัวนี้ชอบจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในส่วนของห้องครัวจึงมีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบคูณสอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องล้างจาน 2 เครื่อง เตาแก๊ส 2 ชุด และอ่างล้างจาน 2 จุด เพื่อรองรับการทำอาหารและการล้างจานจำนวนมากพร้อม ๆ กันในคืนที่มีปาร์ตี้ใหญ่
โซนรับประทานอาหารโดดเด่นด้วยโต๊ะทานข้าวไม้โอ๊คฝรั่งเศสจาก Montage Antiques แมตช์คู่กับเก้าอี้วินเทจ Thonet Flex ผลงานออกแบบของ Gerd Lange ในยุค 1970 พร้อมโคมไฟเพดานทรงเก๋ที่ Post Company ร่วมออกแบบกับ Roll & Hill และยังมีหีบไม้เก็บผ้าห่มโบราณที่หาซื้อได้จาก Facebook Marketplace วางแต่งมุมห้องได้อย่างมีเสน่ห์
งานออกแบบที่เปิดให้เด็กๆ มีส่วนร่วมและเฟอร์นิเจอร์วินเทจมีเรื่องเล่า
แม้งานนี้จะเป็นการออกแบบบ้านของหนึ่งในหุ้นส่วนบริษัทเอง แต่กระบวนการทำงานก็ไม่ต่างจากการทำโปรเจกต์ให้ลูกค้าทั่วไป Post Company ยังคงดึงความร่วมมือจากสมาชิกในบ้านมาช่วยกันตัดสินใจ โดย Jou-Yie Chou ได้ชวนลูก ๆ มาเลือกสีห้องและสีตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ซึ่งเด็ก ๆ เลือกสีสันสดใสอย่างสีส้มดอกดาวเรืองและสีม่วงเข้ม แถมยังลงมือทาสีผนังห้องด้วยตัวเองอีกด้วย โดย Frankie ลูกสาวของเขาเลือกสีชมพูโทน Pink Moiré ของ Benjamin Moore ให้กับห้องนอนของเธอเอง
ชั้นสองของอาคารโรงนาใหม่ถูกจัดวางให้เป็นห้องนอนหลัก การออกแบบเน้นโทนสีธรรมชาตินุ่มนวลที่ช่วยให้รู้สึกสงบ ผนังบ้านใช้เทคนิคปูนฉาบสไตล์ Limewash โทน White Smoke ของ Portola ผสานกับกระเบื้อง Zellige ของ Clé สุขภัณฑ์และก๊อกน้ำจาก Waterworks โคมไฟติดผนังจาก Ravenhill Studio และโต๊ะสั่งทำพิเศษจาก Charles P. Rogers
เมื่อมองออกไปจากหน้าต่างห้องนอนหลักชั้นสอง จะเห็นวิวทุ่งหญ้าสีเขียวมรกตของสวนสาธารณะเมืองได้อย่างเต็มตา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่อาศัยในบ้านสวนสไตล์นิทาน แต่ครบครันด้วยความสะดวกสบายยุคใหม่ เรื่องราวการทำบ้านหลังนี้ยังถูกบันทึกไว้ในหนังสือ Post Company: Character Studies วางจำหน่ายในราคา 65 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,200 บาท) หรือราคาลดพิเศษ 61 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,100 บาท) อีกด้วย คุณคิดอย่างไรกับการต่อเติมบ้านด้วยการซ่อนอาคารโรงนาโมเดิร์นไว้ด้านหลังบ้านโบราณแบบนี้ และจะลองชวนลูก ๆ มาเลือกสีทาห้องนอนเองแบบครอบครัวนี้บ้างไหม?
ที่มา: Domino