เวลาเราอยู่บ้านเดิมไปนาน ๆ หลายคนคงเจอปัญหาเดียวกัน คือของสะสมและความทรงจำเริ่มล้นบ้าน พอนึกอยากรีโนเวตปรับปรุงใหม่ก็กลัวว่ากลิ่นอายความอบอุ่นแบบเดิมจะหายไป แต่ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ การจัดวางพื้นที่ก็ไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคนในครอบครัวในปัจจุบันอีกต่อไป
ปัญหาชวนปวดหัวนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเจ้าของเพนต์เฮาส์สุดหรูขนาด 6,250 ตารางฟุต (หรือราว 580 ตารางเมตร) ในเมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งอินทีเรียร์ดีไซเนอร์อย่าง Veronica Mishaan เข้ามารับหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยตั้งโจทย์ว่าจะต้องผสมผสานเรื่องราวในอดีตเข้ากับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันให้ได้อย่างกลมกลืน
จุดเริ่มต้นจากศิลปะสู่เส้นทางอินทีเรียร์ 16 ปี
ก่อนจะไปเจาะลึกตัวบ้าน ต้องเล่าก่อนว่า Veronica Mishaan เติบโตมาในครอบครัวนักออกแบบอย่างแท้จริง เพราะคุณแม่ของเธอคือ Susana Mishaan de Millán ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังในเมืองโบโกตาและเมืองการ์ตาเฮนา เธอซึมซับความรักในงานศิลปะมาจากแม่เต็ม ๆ และได้เรียนรู้วิชาเรื่องความมั่นใจ การจัดสัดส่วน และการจับคู่เลเยอร์ของวัสดุมาตั้งแต่เด็ก
แม้ช่วงแรกเธอจะจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก Tufts University และตั้งใจจะเป็นศิลปินวาดภาพเต็มตัว แต่คุณพ่อได้แนะนำให้เธอนำทักษะศิลปะมาช่วยงานออกแบบภายในของคุณแม่ ตอนแรกเธอคิดว่าจะทำแค่ชั่วคราวราว 6 เดือน แต่ไป ๆ มา ๆ งานนี้กลับกลายเป็นอาชีพที่ทำต่อเนื่องมายาวนานถึง 16 ปี
เธอร่วมมือกับคุณแม่ก่อตั้งสตูดิโอ M De M Designs ทำงานออกแบบภายในและเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ จนกระทั่ง 6 ปีต่อมา เธอขยับขึ้นมารับหน้าที่นำทัพแต่เพียงผู้เดียวและเปลี่ยนชื่อเป็น Veronica Mishaan Design House ปัจจุบันขยายสาขาไปทั้งในนครนิวยอร์ก เมืองโบโกตา และเบอร์มิวดา ดูแลตั้งแต่บ้านพัก โรงแรม พื้นที่พาณิชย์ ไปจนถึงโปรดักต์ดีไซน์ทั่วโลก
ปรับผังบ้านเก่า 30 ปีให้เชื่อมโยงทุกคนเข้าหากัน
ในการแปลงโฉมเพนต์เฮาส์แห่งนี้ เธอเริ่มต้นด้วยการรื้อระบบทางสัญจรและการจัดวางพื้นที่ใหม่ โดยปูพื้นไม้โอ๊กแผ่นกว้างสั่งทำสีพิเศษ ผนังฉาบปูนผิวเรียบเนียน และติดตั้งไฟส่องสว่างแบบผสมผสานทั้งไฟซ่อนและโคมไฟตกแต่ง เมื่อเดินเข้าบ้าน จุดแรกที่ต้อนรับแขกคือพรมสั่งทำจาก Rug & Kilim วางคู่กับประติมากรรมบรอนซ์ของครอบครัว ใต้โคมไฟแขวนกระเบื้องพอร์ซเลนจาก Elsa Foulon
ไฮไลต์สำคัญบริเวณบันไดขึ้นชั้นบนคือราวกันตกบรอนซ์หล่อขึ้นรูป ซึ่งถอดพิมพ์มาจากกิ่งไม้จริง ๆ ลากยาวเชื่อมพื้นที่แนวตั้งของบ้านเข้าด้วยกัน ส่วนในห้องนั่งเล่นหลัก มีโซฟาผ้าขนสัตว์สั่งทำจาก Lee Jofa จัดวางเป็นวงกลมร่วมกับโต๊ะท็อปหินอ่อนและโต๊ะทองเหลืองหล่อรูปดอกบัว เพื่อดึงให้ทุกคนนั่งหันหน้าคุยกัน โดยมีฉากหลังเป็นภาพศิลปะของ Peter Halley
ขยับมาที่ห้องสำหรับครอบครัว บรรยากาศจะอบอุ่นเป็นกันเองด้วยผนังกรุวอลเปเปอร์เส้นใยธรรมชาติโทนสีน้ำเงินเข้ม ตู้หนังสือสั่งทำหุ้มผิวด้วยกระดาษหนัง ปูพรมลายเสือดาวสีน้ำเงินจากแบรนด์ Stark และใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ขนโมแฮร์จาก Lee Jofa ตัดกับม่านลวดลายหนังสัตว์ สร้างมิติที่ดูสนุกสนานและน่านั่งพักผ่อน
ดึงวิวเทือกเขาและธรรมชาติมาเป็นหัวใจของงานตกแต่ง
วิวทิวทัศน์ของเทือกเขาแอนดีสที่โอบล้อมเมืองโบโกตา ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญที่ Veronica Mishaan ดึงเข้ามาใช้ในงานตกแต่ง วันไหนท้องฟ้าเปิด วิวภูเขาด้านนอกจะผสานเข้ากับโทนสีเอิร์ธโทนในบ้านทันที โดยเฉพาะห้องเล่นของเด็กที่เลือกใช้บิลต์อินสีเขียวเซจ เข้าคู่กับพื้นไม้ฮันนี่โอ๊ก ประตูไม้สีเข้ม และผนังปูนฉาบสไตล์มาร์โมริโน
ในส่วนของห้องนอนใหญ่ ดีไซเนอร์ย้ายตำแหน่งห้องใหม่ทั้งหมดเพื่อเปิดรับความสงบ ผนังห้องกรุวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีน้ำเงินเข้มจาก Phillip Jeffries ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวน เตียงนอนบุผ้าลายเพสลีย์ เข้าชุดกับม้านั่งยาวผ้าบูเคลจากแบรนด์ Kelly Wearstler และชั้นวางของสั่งทำจากทองเหลือง ไม้ และกระจก
ห้องน้ำหลักตกแต่งด้วยพื้นหินอ่อนสีชมพูไล่ขึ้นไปบนผนัง ก่อนจะตัดขอบด้วยหินอ่อนลวดลายตัดต่อด้วยวอเตอร์เจ็ทสีขาวน้ำเงิน ขณะที่ห้องแต่งตัวในฝันใช้ผนังกระจกเงา โต๊ะเครื่องแป้งหุ้มกระดาษหนัง และม้านั่งทรงโค้งบุผ้ากำมะหยี่จาก Pierre Frey ส่วนห้องนอนแขกก็ติดตั้งเตียงสองชั้นสั่งทำพิเศษคู่กับวอลเปเปอร์จาก Temple Studio รองรับหลาน ๆ ที่มาเยี่ยมเยียน
เบื้องหลังความลงตัวทั้งหมดนี้ เจ้าของบ้านย้ำชัดเจนว่าต้องการปรับบ้านให้เข้ากับชีวิตวัยเกษียณ แต่ไม่ต้องการลบความทรงจำเก่าตลอด 30 ปีทิ้ง ดีไซเนอร์จึงนำเฟอร์นิเจอร์เดิมและงานศิลปะสะสมชิ้นโปรด เช่น ภาพวาดชุด Flow Followers ปี 2011 ของศิลปิน Patrick Tschudi มาจัดวางในตำแหน่งใหม่ เช่น โต๊ะทำงานในห้องนอนใหญ่ เดิมทีเคยตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น และเก้าอี้โต๊ะเล่นเกมก็นำมาบุผ้าใหม่ด้วยผ้าจาก Nobilis กลายเป็นการคืนชีพบ้านเก่าที่เคารพคุณค่าวันวานอย่างแท้จริง
ถ้าเป็นบ้านของคุณที่อยู่มานานหลายสิบปี คุณจะเลือกเก็บเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไว้เป็นอนุสรณ์ความทรงจำมากที่สุด
ที่มา: Design MilkInterior Design Ideas for Your Modern Home | Design Milk