ถ้าพูดถึงเรื่องงานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ เมืองอย่าง Los Angeles เขาไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2024 มีครีเอทีฟตัวแม่ชื่อ Holland Denvir เกิดปิ๊งไอเดียจัดงานอีเวนต์ใหญ่ที่ชื่อว่า LA Design Week/end ขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรักงานออกแบบได้เดินสายสำรวจสตูดิโอ โชว์รูม และแกลเลอรีทั่วเมือง งานนี้จัดยาว ๆ หลายย่านเพื่อให้คนรักบ้านได้ซึมซับไอเดียใหม่ ๆ เต็มที่

พอทีมงานได้มีโอกาสไปแอบส่องนิทรรศการและการพูดคุยในงานปีนี้ ก็เกิดอาการติดใจจนต้องแอบไปกระซิบถามเหล่าดีไซเนอร์ ศิลปิน และเจ้าของร้านค้าชื่อดังใน Los Angeles กันสักหน่อยว่า ตอนนี้พวกเขากำลังอินอะไรอยู่ และอะไรคือสิ่งที่เราจะได้เห็นกันยาว ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ สรุปสั้น ๆ ให้ฟังตรงนี้เลยว่า เทรนด์แต่งบ้านต่อจากนี้จะเน้นความเพอร์เฟกต์น้อยลง แต่ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปให้สุด ๆ ไปเลย

ของแต่งบ้านที่ชวนให้สมองสับสนแต่น่ารัก

เริ่มต้นกันที่ Meghan McNeer ผู้ร่วมก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ LA Design Week/end เธอบอกว่าตัวเองเป็นสายแม็กซิมัลลิสต์ที่ชอบการสะสมของแต่งบ้านเยอะ ๆ และตอนนี้เธอกำลังอินกับงานศิลปะแนวหลอกตา หรือที่เรียกว่า trompe-l’œil แบบสุด ๆ อย่างเช่นผลงานไม้ของคุณ Sam Klemick ที่ทำเก้าอี้ไม้ให้ออกมาดูเหมือนหนัง หรือโต๊ะข้างเตียงที่แกะสลักเหมือนผูกโบว์ไว้จริง ๆ

นอกจากนี้เธอยังชอบสตูลเงาวาวจาก Mylar ของแบรนด์ Oforo ที่ทำออกมาหน้าตาเหมือนลูกโป่งเป๊ะ ๆ จนสมองเราคิดว่ามันต้องนิ่มและยุบตัวได้แน่ ๆ แต่พอไปนั่งจริง ๆ กลับแข็งแรงทนทานนั่งได้สบาย เธอชอบโมเมนต์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตาของเรามองเห็นอย่างหนึ่ง แต่สมองกลับคิดไปอีกอย่างแบบนี้แหละ

บ้านที่เต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์และผู้คน

สำหรับเทรนด์ที่จะมาแน่ในอนาคต Meghan มองว่าบ้านของเราจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อม ๆ กับการเป็นศูนย์กลางในการดึงผู้คนให้เข้ามาใช้เวลาร่วมกัน หลักฐานชั้นดีคือช่วงนี้เธอเห็นเชิงเทียนเยอะมากเป็นพิเศษ ยิ่งเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งโหยหาบ้านที่ให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์จริง ๆ มากขึ้นเท่านั้น บ้านที่ดูมีความแปลกนิด ๆ ยุ่งเหยิงหน่อย ๆ และเต็มไปด้วยร่องรอยว่ามีคนอยู่อาศัยจริง ๆ

ถ้าใครอยากลองเอาไอเดียนี้ไปใช้ที่บ้าน เธอกลุ่มแนะนำให้ลองหาโคมไฟเซรามิกทำมือรูปทรงประหลาด ๆ จากแบรนด์ Entler มาประดับห้องสักตัว ผลงานของ Jonathan Entler ใน Los Angeles จะให้ความรู้สึกเหมือนสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เป็นมิตรคอยส่องสว่างในห้องนั่งเล่น รวมถึงโคมไฟทอจาก Twenty One Tonnes ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนทำจริง ๆ

ไม้โทนอุ่นและลูกเล่นระบายรอบตัวบ้าน

ข้ามมาที่ Hopie Hill ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Block Shop เธอบอกว่าตอนนี้เธอหลงรักงานไม้โทนสีอบอุ่นที่เอามาแต่งภายในบ้านมาก โดยเฉพาะผนังและเพดานที่กรุด้วยไม้ แถมช่วงนี้เธอยังอินกับผ้าแต่งขอบระบายรอบตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรอบเตียงนอนหรือใต้ซิงค์ล้างมือ เธอบอกว่ามันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากระหว่างความดิบธรรมชาติกับความกุ๊กกิ๊กฟรุ้งฟริ้ง

ส่วนเทรนด์ในอนาคต เธอมองว่าคนจะกล้าสนุกกับการจับคู่สิ่งของต่างยุคต่างสมัยกันมากขึ้น เช่น การเอาเส้นAสายคลีน ๆ สไตล์ยุค 80 กับโทนสีจัดจ้าน มาวางคู่กับงานไม้โทนอุ่นยุค 70 ปูนฉาบดิบ ๆ ลายพิมพ์แนววินเทจจากยุคเปลี่ยนผ่านศตวรรษ และข้าวของที่มีเรื่องราวเบื้องหลัง ทำให้ออกมาเป็นห้องที่รวบรวมข้าวของจากหลากหลายยุคสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

อัปเกรดมุมบ้านด้วยงบประหยัด

สำหรับใครที่อยากลองแต่งบ้านตามแนวทางนี้ Hopie แนะนำให้ลองหาผ้าอัดพลีทมาทำเป็นกระโปรงระบายรอบอ่างล้างมือในห้องน้ำดู เป็นการอัปเกรดมุมเล็ก ๆ ที่ใช้งานทั่วไปให้ดูมีเสน่ห์และใส่ใจรายละเอียดขึ้นมาได้โดยไม่ต้องใช้งบเยอะเลย

อีกหนึ่งคนที่น่าสนใจคือ Ben Warwas ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Byben เขาบอกว่าตอนนี้เขาเลิฟวัสดุลามิเนตมาก เพราะความเรียบง่ายของมันทำให้เราสร้างสรรค์มุมสีเดียวแบบจัดเต็มได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเขาก็สนุกกับการเอาลามิเนตมาดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวกับตู้ห้องน้ำในแบบแปลกใหม่

บอกลาความเรียบแบบเดิม ๆ แล้วต้อนรับความสนุกสนาน

ในอนาคต Ben เชื่อว่าเราจะได้เห็นเคาน์เตอร์ครัวปูกระเบื้องมากขึ้น รวมถึงโปรเจกต์แต่งบ้านที่จะเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานขี้เล่น เพราะเรากำลังจะเดินออกจากความเรียบขรึมสไตล์โมเดิร์นกันแล้ว และถ้าใครอยากลองแต่งบ้านเอง เขาแนะนำให้เริ่มจากผ้าม่านเก๋ ๆ เพราะม่านช่วยให้บ้านดูอบอุ่นขึ้นได้ โดยเฉพาะม่านที่ช่วยจัดกรอบวิวหน้าต่างและมีรายละเอียดการตกแต่งน่ารัก ๆ

ด้านดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Jonathon Burford ก็บอกว่า ในที่สุดสีแดงก็กลับมาทวงบัลลังก์แล้ว หลังจากที่เราเห็นแต่สีแดงเข้มหรือสีเลือดหมูมานาน ตอนนี้สีแดงแบบจัดเต็มกำลังมาแรงสุด ๆ และเขาก็ตื่นเต้นมากที่เห็นความขี้เล่นกลับมา เพราะที่ผ่านมาทุกอย่างมันดูจริงจังและเนี๊ยบเกินไป เขานอยากเห็นร่องรอยงานฝีมือที่มนุษย์ทำขึ้นปรากฏอยู่บนสิ่งของเครื่องใช้บ้าง

ของรักของหวงและร่องรอยตามกาลเวลา

แนวทางแต่งบ้านที่เขาอยากฝากไว้คือ ให้ซื้อของที่เราตกหลุมรักจริง ๆ ต่อให้มันจะเป็นเทรนด์ แต่ถ้าเทรนด์นั้นผ่านไปเราก็ยังต้องรักมันอยู่ดี ถ้าข้าวของชิ้นไหนมีรอยบิ่น ก็ให้ยอมรับและเอนจอยกับความเก่าแก่ตามธรรมชาติ หรือถ้ามันพังก็แค่นำไปซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ใหม่

ปิดท้ายด้วยนักตกแต่งภายในอย่าง Olivia Lopez ที่เพิ่งกลับมาจากเกาหลี เธอประทับใจกับการใส่ใจรายละเอียดเรื่องการนำเสนออาหารและพิธีกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าคลุมถาดชา ถาดไม้แกะสลัก และช้อนส้อมที่มีเอกลักษณ์ เธอมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็นพิธีกรรมในชีวิตประจำวัน และในอนาคตเราน่าจะเห็นกลิ่นอายประเพณีฝั่งตะวันออกเข้ามามีบทบาทในงานดีไซน์ระดับโลกมากขึ้น ทั้งฉากกั้นกระดาษญี่ปุ่น ผ้าโปร่งจากเกาหลี หรือแม้แต่งานมุกฝังจากฟิลิปปินส์

แล้วตัวคุณเองล่ะ ชอบการแต่งบ้านแนวเนี๊ยบกริบหรือแนวที่มีร่องรอยเรื่องราวแบบนี้มากกว่ากัน