ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องความหรูหรา ความสะดวกในการใช้งาน หรือการพกพาหน้าจอใหญ่ ๆ ไปไหนมาไหน แต่ถ้าพูดเรื่องความแรงดิบ ๆ หลายคนอาจจะคิดว่ายังไงก็คงสู้สมาร์ทโฟนทรงแท่งปกติหรือสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่งเพียว ๆ ไม่ได้แน่ ๆ

แต่วงการเทคโนโลยีปี 2026 มีเรื่องให้ประหลาดใจกันอีกแล้ว เมื่อผลทดสอบประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ประจำเดือนกันยายน 2026 จากแอปพลิเคชันทดสอบความแรงชื่อดังอย่าง AnTuTu ออกมา ซึ่งผู้ที่คว้าอันดับ 1 ไปครองกลับกลายเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นใหม่อย่าง Xiaomi 18 Fold ที่มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผลที่ออกแบบเองอย่าง XRING O3 โค่นทั้งคู่แข่งและเรือธงชิปท็อปตัวอื่นในตลาดไปแบบกระเจิดกระเจิง

สรุปอันดับความแรงตาราง AnTuTu เดือนกันยายน

การจัดอันดับของ AnTuTu V12 ในครั้งนี้ เป็นการเก็บค่าเฉลี่ยคะแนนความแรงระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 กันยายน 2026 ซึ่ง Xiaomi 18 Fold ในรุ่นความจุ RAM 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB สามารถทำคะแนนเฉลี่ยไปได้สูงถึง 4,620,886 คะแนน เบียดเอาชนะสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ของ Qualcomm รวมถึงสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 9600 Pro ของ MediaTek ที่ติดอันดับเข้ามาเพียงรุ่นเดียวในตารางได้อย่างน่าทึ่ง

สำหรับอันดับ 2 ตกเป็นของ iQOO 16 ที่ทำคะแนนตามมาติด ๆ ที่ 4,449,925 คะแนน โดยใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 จับคู่กับ RAM 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB ตามหลังผู้นำอย่าง Xiaomi 18 Fold อยู่ประมาณ 170,961 คะแนน หรือคิดเป็นราว 3.7% ขณะที่อันดับ 3 คือ Honor Magic9 Pro Max ทำได้ 4,435,489 คะแนน และอันดับ 4 คือ Xiaomi 18 Pro Max ทำได้ 4,395,919 คะแนน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Extreme Gen 6 ตัวแรง พร้อม RAM 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB เช่นเดียวกัน

ขยับมาที่อันดับ 5 คือ Oppo Find X10 Pro Max ทำคะแนนได้ 4,385,161 คะแนน ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเดียวใน 10 อันดับแรกที่ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 9600 Pro จากค่าย MediaTek ส่วนอันดับ 6 ตกเป็นของแชมป์เก่าเดือนสิงหาคมอย่าง RedMagic 11S Pro+ ที่ทำได้ 4,344,022 คะแนน และอันดับ 7 คือ iQOO 15 Ultra ทำได้ 4,324,672 คะแนน ในรุ่น RAM 24GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB โดยทั้งอันดับ 6 และ 7 ยังคงใช้ชิปเซ็ตข้ามปีอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 อยู่

ทางด้านท้ายตารางอันดับ 8 ถึง 10 คะแนนเริ่มทิ้งห่างลงมา เริ่มจาก Honor WIN ในอันดับ 8 ทำได้ 4,099,965 คะแนน ตามมาด้วย Xiaomi 18 Pro ในอันดับ 9 ทำได้ 4,095,618 คะแนน และปิดท้ายอันดับ 10 ด้วย Realme GT8 Pro ที่ทำได้ 4,089,081 คะแนน ซึ่งจุดน่าสนใจคือ Xiaomi 18 Pro ในอันดับ 9 เป็นรุ่นเดียวในตารางนี้ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 6 รุ่นมาตรฐาน ไม่ใช่รุ่น Extreme ทำให้คะแนนน้อยกว่า Xiaomi 18 Pro Max อยู่ราว 300,000 คะแนน หรือต่างกันประมาณ 7% ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่ารุ่น Extreme มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

เจาะลึก Xiaomi 18 Fold สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้พลัง XRING O3

สำหรับ Xiaomi 18 Fold เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 โดยถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ได้ประเดิมใช้งานชิปเซ็ต XRING O3 ตัวใหม่ ตัวเครื่องใช้ดีไซน์การพับแบบ Mid-fold มาพร้อมหน้าจอด้านนอกขนาด 5.38 นิ้ว และหน้าจอด้านในเมื่อกางออกขนาด 7.58 นิ้ว เสริมด้วยระบบกล้องหลัง 3 ตัวที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Leica

เรื่องของราคาขายในประเทศจีน Xiaomi 18 Fold มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10,999 หยวน (ราว 53,000 บาท) หรือประมาณ 1,639 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 57,000 บาท) ซึ่งราคานี้จะได้รุ่น RAM 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB แต่ถ้าอยากได้สเปกแรงเต็มคราบแบบรุ่น RAM 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB ที่ถูกส่งไปทดสอบบน AnTuTu จนคว้าอันดับ 1 ในตาราง จะมีราคาอยู่ที่ 14,999 หยวน (ราว 72,000 บาท) หรือประมาณ 2,235 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 78,000 บาท) ซึ่งถือว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกพอสมควรเพื่อให้ได้คะแนนระดับสูงสุดนี้

อย่างไรก็ตาม แม้คะแนนเฉลี่ย 4,620,886 คะแนนบน AnTuTu จะส่งให้ Xiaomi 18 Fold ขึ้นแท่นอันดับ 1 ได้อย่างงดงาม แต่นี่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่ Xiaomi เคยเคลมไว้ตอนเปิดตัวชิปเซ็ต XRING O3 ซึ่งในตอนนั้นค่ายได้อ้างว่าชิปเซ็ตตัวนี้ทำคะแนนได้สูงถึง 5.22 ล้านคะแนน การที่คะแนนเฉลี่ยจากการใช้งานจริงตลอด 1 เดือนลงมาอยู่ที่ 4.62 ล้านคะแนน จึงสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้งานจริงของตัวเครื่องได้ชัดเจนขึ้น

สมาร์ทโฟน Xiaomi 18 Fold เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา และในตอนนี้ทาง Xiaomi ยังไม่มีแผนที่จะนำสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกไปวางจำหน่ายนอกประเทศจีนแต่อย่างใด ดังนั้นหากแฟน ๆ เทคโนโลยีในบ้านเราหรือต่างประเทศอยากสัมผัสความแรงของชิปเซ็ต XRING O3 บนสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นนี้ ก็คงต้องอาศัยการสั่งซื้อแบบนำเข้าเครื่องหิ้วเข้ามากันเองเท่านั้น คุณคิดว่าการที่ชิปเซ็ตที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเองอย่าง XRING O3 สามารถทำคะแนนแซงชิปเซ็ตตัวแรงจาก Qualcomm และ MediaTek ได้แบบนี้ จะส่งผลให้ตลาดสมาร์ทโฟนเรือธงเปลี่ยนทิศทางไปอย่างไรบ้าง?