ช่วงนี้ถ้าใครกำลังมองหาตัวช่วยทำความสะอาดบ้านชิ้นใหม่ น่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของแบรนด์อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านอย่าง Roborock กันมาบ้างแล้ว ล่าสุดทางค่ายเขาเพิ่งส่งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นตัวท็อปอย่าง Saros 20 ออกมาให้เราได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง โดยรอบนี้เขาไม่ได้เน้นใส่ลูกเล่นพิสดารอะไรมากมาย แต่เลือกที่จะปรับปรุงพื้นฐานการทำงานให้มันเก่งขึ้นกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด ทั้งแรงดูดที่สะใจกว่าเดิม การปีนป่ายสิ่งกีดขวางที่ดีขึ้น และระบบถูวันที่ไว้ใจได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายสุด ๆ ตามสไตล์ของค่ายนี้เลย ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเมื่อเทียบกับรุ่นปีก่อน แต่ถ้าใครอยากได้หุ่นยนต์ที่ลุยได้ทุกซอกทุกมุมในบ้าน เจ้าตัวนี้ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ดีไซน์บางเฉียบและระบบนำทางสุดล้ำ
มาดูกันที่คุณสมบัติเด่นภายนอกกันก่อน ปกติแล้วหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นท็อปหลายตัวมักจะมีโม่กลม ๆ ยื่นขึ้นมาด้านบนสำหรับระบบนำทาง แต่สำหรับ Saros 20 เขาเลือกใช้ระบบ StarSight Autonomous System 2.0 ที่ถอดแบบมาจากรุ่น Saros 10R โดยเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์ 3D ToF ที่ด้านหน้าแทน ทำให้ตัวเครื่องมีความสูงเพียง 79.8 มิลลิเมตรเท่านั้น ความบางระดับนี้ทำให้มันสามารถมุดลงไปทำความสะอาดใต้โซฟา ตู้เตี้ย ๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ขาโปร่งได้อย่างสบายใจ แถมยังมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการสึกหรอมากนัก แถมยังมีกล้องด้านหน้าที่ช่วยจำแนกและหลบหลีกสิ่งของเกะกะตามพื้นบ้านเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ส่วนด้านใต้ท้องเครื่องก็อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์เด็ด เริ่มจากผ้าถูพื้นแบบหมุนคู่ที่ทำจากไมโครไฟเบอร์ โดยฝั่งหนึ่งจะมีระบบ FlexiArm ที่สามารถยื่นออกไปทำความสะอาดชิดขอบตู้หรือซอกมุมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ส่วนแปรงหลักเป็นแบบแยกส่วน DuoDivide ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกวาดเส้นผมให้เข้าตรงกลางแล้วดูดเก็บลงกล่องเก็บฝุ่นโดยตรง ป้องกันไม่ให้เส้นผมพันกันรอบแกนแปรงเหมือนรุ่นเก่า ๆ นอกจากนี้แปรงด้านข้างก็ยังมีแขนกลยื่นออกมาช่วยกวาดตามมุมห้องได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ทำให้เราแทบไม่ต้องคอยเดินตามเก็บงานซ้ำเลยทีเดียว
ความสามารถในการปีนป่ายและจัดการพื้นผิว
อีกหนึ่งจุดเด่นที่พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดคือระบบช่วงล่าง AdaptiLift Chassis 3.0 ที่นอกจากจะดันล้อหลักให้ตัวเครื่องสูงขึ้นได้แล้ว ยังมีขาเสริมพิเศษที่ช่วยเพิ่มความสูงให้อีกทอดหนึ่ง ทำให้มันสามารถไต่ข้ามธรณีประตูบ้านที่มีความสูงรวมกันได้ถึง 8.7 เซนติเมตร โดยแบ่งเป็นขั้นแรก 4.5 เซนติเมตร และขั้นที่สอง 4.3 เซนติเมตร แม้ว่ามันอาจจะยังไม่สูงพอที่จะปีนธรณีประตูบ้านโบราณบางหลัง แต่มันก็สูงพอที่จะข้ามสิ่งกีดขวางที่เคยทำให้หุ่นยนต์รุ่นอื่น ๆ ต้องจอดมาแล้ว
ความฉลาดของช่วงล่างนี้ยังช่วยให้มันจัดการกับพรมที่มีความหนาได้ถึง 3 เซนติเมตรได้อย่างราบรื่น เวลาที่เราสั่งงานแค่ดูดฝุ่นอย่างเดียว ตัวเครื่องก็สามารถถอดผ้าถูไว้ที่แท่นชาร์จได้ หรือเวลาที่กำลังถูพื้น มันก็สามารถยกแกนแปรงหลักขึ้นเพื่อไม่ให้ฝุ่นที่เก็บมาเปื้อนพื้นซ้ำ และเมื่อเจอพรม มันก็จะยกผ้าถูขึ้นอัตโนมัติ ทำให้บ้านที่มีทั้งพื้นกระเบื้อง พื้นไม้ และพรมปูพื้น สามารถใช้เจ้าตัวนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ ตัวแท่นชาร์จรุ่นใหม่ยังทำหน้าที่ดูแลรักษาตัวเองได้ครบวงจร ทั้งการซักผ้าถูด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 100°C และเป่าแห้งด้วยลมร้อนอุณหภูมิ 55°C พร้อมถุงเก็บฝุ่นที่เก็บเศษผงได้นานถึง 65 วัน
ควบคุมง่ายผ่านแอปและฟีเจอร์อัจฉริยะ
ในส่วนของการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำออกมาได้ดี การสร้างแผนที่บ้านครั้งแรกใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ระบบจะแบ่งห้องให้อัตโนมัติแถมยังตรวจจับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านมาใส่ไว้ในแผนที่ให้ด้วย เราสามารถปรับแต่งรวมห้อง แยกห้อง หรือกำหนดจุดห้ามเข้า พื้นที่สัตว์เลี้ยง รวมถึงตั้งค่าตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นทางลัดในการสั่งทำความสะอาดเฉพาะจุด เช่น สั่งให้ทำความสะอาดรอบโต๊ะกินข้าวได้อย่างรวดเร็ว
เราสามารถเลือกโหมดการทำงานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดทั้งบ้าน เลือกเฉพาะห้อง หรือเจาะจงพื้นที่ที่ต้องการ ถ้าขี้เกียจตั้งค่าเองก็มีระบบ AI SmartPlan ที่จะเลือกการตั้งค่าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือจะเลือกเองว่าจะดูดฝุ่นอย่างเดียว ถูพื้นอย่างเดียว หรือดูดฝุ่นก่อนแล้วค่อยถูพื้นซ้ำก็ได้ ระดับแรงดูดปรับได้ 4 ระดับบวกกับโหมด MAX+ สำหรับตอนดูดฝุ่นอย่างเดียว ส่วนปริมาณน้ำสำหรับถูพื้นมีให้ปรับละเอียดยิบถึง 30 ระดับ ซึ่งบางทีก็แอบรู้สึกว่ามันละเอียดเกินไปจนอาจจะแยกความแตกต่างแทบไม่ออกในแต่ละระดับที่ใกล้เคียงกัน
ผลลัพธ์การทำความสะอาดและการทดสอบจริง
ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน Saros 20 มาพร้อมกับตัวเลขแรงดูดเคลมไว้ที่ 36,000Pa ซึ่งจัดว่าแรงที่สุดรุ่นหนึ่งในบรรดาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เคยมีการทดสอบกันมา พลังที่อัดแน่นนี้สะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจนในการใช้งานจริง อย่างเช่นตอนที่ทดสอบบนพรมที่มีคราบแป้งหนา ๆ หลังจากให้หุ่นยนต์วิ่งผ่านไป 2 รอบด้วยแรงดูดสูงสุดและเปิดโหมดบูสต์พรม มันสามารถดูดแป้งออกได้เกลี้ยงเกลาจนให้ผลลัพธ์แทบไม่ต่างจากการใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบถือทั่วไปเลย ส่วนบนพื้นแข็งก็เก็บฝุ่นกลางห้องได้เรียบร้อยไม่มีปัญหา
สำหรับการทำความสะอาดตามขอบกำแพงทำออกมาได้ดีในระดับน่าพอใจ อาจจะมีฝุ่นเหลือตกค้างอยู่บ้างเล็กน้อยตรงจุดที่ห่างจากผนังมากๆ แต่สุดท้ายก็จะถูกเก็บกวาดเรียบร้อยในรอบที่เครื่องวิ่งถูพื้นตามมา ส่วนเรื่องคราบสกปรกฝังแน่นอย่างคราบกาแฟหรือไวน์แดง หุ่นยนต์สามารถตรวจจับคราบและปรับเส้นทางวิ่งผ่านซ้ำหลายรอบได้ แถมยังมีการยก้อล้อหน้าเพื่อเพิ่มแรงกดลงที่ผ้าถูพื้นด้านหลัง ทำให้คราบพวกนี้หายเกลี้ยงได้ตั้งแต่รอบแรก แต่สำหรับคราบที่ยากกว่าอย่างซอสมะเขือเทศ อาจจะต้องอาศัยการทำงานหลายรอบหน่อยกว่าจะสะอาดหมดจด บ้านใครมีปัญหาเรื่องฝุ่นและคราบเลอะเทอะบนพื้นบ่อยแค่ไหน ลองแชร์ให้ฟังกันหน่อยว่าปกติแก้ปัญหากันอย่างไรบ้าง
ที่มา: The Ambient