หลายคนเวลาต้องนั่งทำงานที่บ้าน มักจะคิดว่าเราต้องมีห้องทำงานส่วนตัวใหญ่ ๆ หรือต้องรีโนเวทบ้านใหม่ให้เสียเงินแพร่หลาย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะพื้นที่ทำงานที่ดีไม่จำเป็นต้องกว้างขวาง ขอแค่เรารู้วิธีจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทาง ต่อให้มีแค่เพียงมุมห้องกินข้าวหรือมุมห้องนอนแคบ ๆ ก็สร้างสมาธิในการทำงานได้ดีไม่แพ้ใคร
ทำไมโต๊ะรก ๆ ถึงทำให้เราทำงานช้าลง
ขนาดของพื้นที่ทำงานนั้นไม่ได้มีผลกับสมาธิเท่ากับสิ่งที่เรามองเห็น ยิ่งโต๊ะรกเท่าไร สมองของเราก็ยิ่งทำงานหนักขึ้นเท่านั้น ลองนึกภาพตามว่าถ้าเราเห็นกองกระดาษรกรุงรัง สายไฟพันกันยุ่งเหยิง หรือของใช้ที่วางเกะกะไม่เป็นที่ สมองมันจะมองสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นงานที่ยังค้างคาอยู่ และคอยดึงความสนใจของเราตลอดเวลาตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มงานจริง ๆ ด้วยซ้ำ
การแก้ปัญหาเรื่องมุมทำงานนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องรีบวิ่งไปซื้อของแต่งบ้านราคาแพงมาเพิ่ม แต่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงคือการคัดแยกของออกต่างหาก เคลียร์ของทุกอย่างออกจากโต๊ะให้หมดแล้วมาดูกันทีละชิ้นว่าอันไหนจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ค่อยจัดการจัดระเบียบใหม่
เคลียร์ของบนโต๊ะและเลือกมุมโปรดให้ลงตัว
ก่อนจะเริ่มจัดอะไร ให้ดึงของทุกอย่างออกจากโต๊ะแล้วถามตัวเองว่าสิ่งนี้ช่วยสนับสนุนงานที่เรากำลังทำอยู่หรือเปล่า พวกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทุกวันอย่างคอมพิวเตอร์ สมุดโน้ต ปากกา ให้เก็บไว้ ส่วนอันอื่นที่ไม่ได้ใช้ในช่วงนี้ให้ย้ายไปไว้ที่อื่นก่อน เพราะถ้าเราจัดเก็บโดยที่มีของไม่จำเป็นอยู่เต็มไปหมด เราก็จะได้แค่โต๊ะที่เป็นระเบียบของความรกเดิม ๆ เท่านั้น
การเลือกมุมทำงานก็สำคัญไม่แพ้กัน การนั่งทำงานบนโซฟาหรือโต๊ะกินข้าวบางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ แต่ในระยะยาวจะทำให้สมองไม่ยอมปรับตัวเข้าสู่โหมดทำงาน การมีพื้นที่เฉพาะตัวและใช้มันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งสัญญาณบอกสมองว่านี่คือเวลาทำงาน สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย ลองมองหามุมโต๊ะเข้ามุมห้อง ตู้เสื้อผ้าเก่าที่ถอดประตูออกแล้วติดชั้นวางของ หรือโต๊ะตัวเล็ก ๆ ชิดผนังห้องนอน โดยเลือกจุดที่มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาด้านข้าง หลีกเลี่ยงทางเดินพลุกพล่าน และเป็นจุดที่เราไม่ต้องคอยเก็บของเข้าที่ทุกครั้งหลังเลิกงาน
จัดการพื้นที่หน้าโต๊ะและสายไฟให้เรียบร้อย
พื้นที่บนโต๊ะทำงานคือโซนที่มีค่าที่สุด เราจึงควรเก็บไว้เฉพาะสิ่งที่ต้องหยิบใช้ทุกวัน เช่น คอมพิวเตอร์ งานโปรเจกต์ปัจจุบัน สมุดโน้ต ปากกา และแก้วน้ำ การใช้แท่นวางจอมอนิเตอร์จะช่วยยกหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา และยังมีพื้นที่ว่างใต้แท่นสำหรับเก็บคีย์บอร์ดหรือสมุดโน้ตได้ด้วย แถมยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องความรกได้ในจุดเดียว
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือเรื่องสายไฟระเกะระระที่มองแล้วปวดตา การใช้กล่องเก็บปลั๊กไฟช่วยซ่อนปลั๊กพ่วงและสายไฟส่วนเกินที่กองอยู่บนพื้นได้ดีมาก ใช้เวลาทำแค่ไม่กี่นาทีแต่โต๊ะจะเปลี่ยนสภาพไปเลย นอกจากนี้การใช้คลิปหนีบสายไฟตามขอบโต๊ะและการใช้สายรัดเวลโครเก็บสายไฟด้านหลัง จะช่วยให้หลังโต๊ะสะอาดเรียบร้อยเหมือนด้านหน้า ทำแค่ครั้งเดียวก็อยู่ได้ยาวนานหลายปี
ใช้พื้นที่แนวตั้งและแสงไฟให้เป็นประโยชน์
เมื่อพื้นที่มีจำกัด ทางออกเดียวคือการขยับขึ้นที่สูง การติดชั้นวางของติดผนังเหนือโต๊ะทำงานจะช่วยให้เราเก็บเอกสารอ้างอิงและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเปลืองพื้นที่บนโต๊ะ และการมีกล่องจัดระเบียบลิ้นชักก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะถ้าไม่มีของพวกนี้ สัปดาห์เดียวลิ้นชักโต๊ะทำงานจะกลายเป็นลิ้นชักรวมมิตรของจิปาถะทันที
เรื่องแสงสว่างก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แสงไฟแย่ ๆ ทำให้เราปวดตาและปวดหัวจนหมดสมาธิได้ง่าย แสงธรรมชาติที่ส่องมาจากด้านข้างของหน้าจอคือดีที่สุด แต่ถ้าไม่มี ให้หาโคมไฟตั้งโต๊ะดี ๆ สักตัวส่องไปที่พื้นที่ทำงานโดยตรง เลือกแสงอุ่นสำหรับการเขียนงานสร้างสรรค์ หรือเลือกแสงขาวสว่างสำหรับการทำงานวิเคราะห์ที่ต้องใช้ความละเอียด
สร้างบรรยากาศให้น่าใช้งานทุกวัน
มุมทำงานที่นั่งแล้วรู้สึกสบายใจจะทำให้เราอยากเข้าไปใช้งานทุกวัน ลองเพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้เล็ก ๆ สักกระถาง งานศิลปะชิ้นเล็ก ๆ ติดผนังใกล้ ๆ หรือแก้วกาแฟใบโปรดที่จะช่วยให้การเริ่มต้นวันทำงานดูตั้งใจมากขึ้น การใช้แผ่นรองโต๊ะขนาดใหญ่ยังช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ทำงาน ปกป้องพื้นผิวโต๊ะ และทำให้มุมเล็ก ๆ นี้กลายเป็นออฟฟิศส่วนตัวจริง ๆ
เมื่อเราจัดโต๊ะให้เหลือเฉพาะสิ่งที่ใช้จริง จัดการสายไฟ และสร้างบรรยากาศให้พร้อมทำงาน พื้นที่ทำงานในบ้านก็พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องใช้งบเยอะเลย แล้วมุมทำงานที่บ้านของคุณตอนนี้ มีข้าวของชิ้นไหนที่ไม่ได้ใช้งานวางรกอยู่บ้างไหม
ที่มา: Organizing Moms