ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราน่าจะเคยเห็นโปรเจคเตอร์ฉายสั้นพิเศษหรือที่เรียกกันว่าโปรเจคเตอร์ UST ออกมาโชว์ความเจ๋งกันเพียบ แต่ปัญหาโลกแตกที่คนซื้อใช้งานจริงต้องเจอเหมือนกันคือการหาตู้เก็บของหรือชั้นวางทีวีที่เข้ากันและไม่เกะกะสายตา เพราะตู้ทีวีทั่วไปมักจะมีปัญหาเรื่องความตื้นของตัวตู้จนวางเครื่องไม่ได้ระยะที่ถูกต้อง

ถ้าเราลองไปส่องตามกระทู้พูดคุยเรื่องตู้โปรเจคเตอร์ใน Reddit หรือเว็บไซต์แลกเปลี่ยนความเห็นต่างๆ จะรู้เลยว่าความลึกของตู้คือปัญหาหลักตัวจริงเสียงจริง ทำให้ตู้เก็บอุปกรณ์สื่อรุ่นใหม่อย่าง CINÈST Core E1 พยายามเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการทำตู้ที่มีความลึกราว 53 เซนติเมตร และใส่ถาดเลื่อนปรับด้วยมอเตอร์เข้ามาด้วย

การออกแบบแบบนี้ช่วยให้เราขยับขยายภาพฉายให้ได้ขนาดใหญ่สะใจระดับ 100 ถึง 120 นิ้วขึ้นไปได้สบายๆ โดยที่เราไม่ต้องลากตู้เก็บของทั้งใบออกห่างจากผนังบ้านเพื่อปรับตำแหน่งของเครื่องโปรเจคเตอร์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป

ฟังก์ชันไฮเทคที่ตอบโจทย์คนรักหนัง

การใส่ถาดมอเตอร์เข้ามาในมีเดียแคบิเนตถือเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบไฮเทคและพรีเมียมมากๆ ที่ช่วยให้ห้องของเราไม่มีสายไฟหรือตัวเครื่องเกะกะสายตา หัวใจสำคัญของระบบนี้คือชุดปรับตำแหน่งแบบ 4 ทิศทางและ 2 แกน ที่ช่วยขยับตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ให้เข้าที่เข้าทางแบบเป๊ะๆ

เราสามารถใช้รีโมทคอนโทรลปรับแต่งแพลตฟอร์มเพื่อจัดแนวภาพบนจอได้ทันที โดยไม่ต้องมาคอยหาหนังสือเก่าๆ มาหนุนใต้เครื่องโปรเจคเตอร์ หรือมานั่งหมุนขาตั้งปรับระดับให้ปวดหัวเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ตัวตู้สามารถปรับความสูงได้ราว 0 ถึง 10 เซนติเมตร และปรับระยะความลึกได้ราว 0 ถึง 25 เซนติเมตร เพื่อรองรับเครื่องโปรเจคเตอร์และจอรับภาพที่หลากหลายรุ่น แถมตัวตู้ยังรองรับขนาดจอตั้งแต่ 80 ถึง 200 นิ้ว และออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับโปรเจคเตอร์ฉายสั้นพิเศษในตลาดได้ถึง 99 เปอร์เซ็นต์

ความฉลาดที่จำตำแหน่งให้เราอัตโนมัติ

พอเราปรับตั้งค่าตำแหน่งของโปรเจคเตอร์ลงตัวแล้ว เจ้าตู้ Core E1 ตัวนี้จะจัดการจำตำแหน่งเป๊ะๆ นั้นไว้ในหน่วยความจำของตู้ทันทีสำหรับการใช้งานในครั้งต่อไป

แปลว่าพอเรากดเปิดเครื่องโปรเจคเตอร์ในครั้งหน้า ถาดมอเตอร์จะเลื่อนออกไปยังตำแหน่งที่บันทึกไว้ให้อัตโนมัติทันทีแบบไม่ต้องตั้งค่าใหม่ และพอเรากดปิดเครื่อง ถาดนี้ก็จะดึงตัวโปรเจคเตอร์เก็บเข้าไปในตู้เหมือนเดิม เพื่อช่วยป้องกันฝุ่นละอองและรอยขีดข่วนจากการเดินชนโดยไม่ตั้งใจ

ในฐานะที่เป็นมีเดียแคบิเนตสำหรับเก็บอุปกรณ์ความบันเทิง มันจึงมาพร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังแผงผ้าแบบเจาะรูระบายอากาศ พร้อมด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะในตัวที่มีพัดลมทำงานเงียบกริบช่วยระบายความร้อน และยังมีปลั๊กไฟในตัวที่รองรับกำลังไฟถึง 2,500 วัตต์สำหรับเสียบต่ออุปกรณ์ต่างๆ

จัดการสายไฟให้เรียบร้อยและเข้าถึงง่าย

ทาง CINÈST ยังใส่ระบบจัดการสายไฟแบบฝังมาในโครงสร้างของตู้โดยตรงด้วย ทำให้เราสามารถเดินสายไฟไว้ข้างในตู้ได้เลย แทนที่จะปล่อยให้สายไฟห้อยระโยงระยายอยู่หลังเฟอร์นิเจอร์หรือกองสุมอยู่ชิดติดผนังบ้าน

รูร้อยสายไฟภายในที่เจาะเตรียมไว้ล่วงหน้าพร้อมช่องทางเดินสายโดยเฉพาะ ช่วยให้เราเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น ลำโพงเซ็นเตอร์ซ่อนรูป หรือเครื่องรับสัญญาณ AV ได้อย่างง่ายดาย โดยระบบนี้มีช่องเสียบปลั๊กไฟ AC มาให้ถึง 6 ช่อง และพอร์ต USB-A อีก 2 พอร์ต

เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการขยับขยายหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางผู้ผลิตจึงทำช่องเข้าถึงจากด้านหลังมาให้ด้วย โดยแผงด้านหลังเป็นแบบถอดได้และเลื่อนเข้าออกได้ ทำให้เรามองเห็นและจัดการกับสายไฟด้านหลังได้โดยไม่ต้องออกแรงดึงตู้หนักๆ ออกจากผนังห้อง ช่วยให้ทั้งตอนติดตั้ง การเสียบสาย และการบำรุงรักษาในอนาคตกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย

วัสดุกรุไม้จริงและราคาค่าตัว

ฟีเจอร์จัดเต็มทั้งหมดนี้ทำให้เจ้า Core E1 ดูเป็นระบบเฟอร์นิเจอร์โฮมเธียเตอร์แบบครบวงจรในตัวเดียวมากกว่าจะเป็นแค่ชั้นวางทีวีธรรมดา โดยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดความกว้างราว 230 เซนติเมตร, 260 เซนติเมตร และ 300 เซนติเมตร พร้อมผิวสัมผัสไม้แท้ที่มีให้เลือกทั้งสีดำและสีวอลนัท

หลังจากระดมทุนบนเว็บไซต์ Kickstarter สำเร็จไปเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้มีเดียแคบิเนตตัวนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ทางการของ CINÈST แล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว 2,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 102,000 บาท สำหรับรุ่นเล็กที่สุด ซึ่งถือว่ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับตู้สมาร์ทแคบิเนตจากแบรนด์ AWOL Vision เลยทีเดียว

แล้วบ้านของเพื่อนๆ ล่ะครับ มีปัญหาเรื่องการจัดวางโปรเจคเตอร์ฉายสั้นแบบนี้กันบ้างไหม และคิดว่าตู้ทีวีติดมอเตอร์อัตโนมัติแบบนี้ช่วยให้ห้องดูสะอาดตาขึ้นมากแค่ไหนครับ