ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนระดับท็อปที่คนรอคอยกันมากที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการมาปะทะกันระหว่างค่ายยักษ์ใหญ่สองค่ายที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Huawei และ Apple ซึ่งต่างงัดไม้เด็ดออกมาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใครในรุ่นเรือธงล่าสุด

การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมครั้งนี้ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องความแรงเหมือนเคย แต่ลามไปถึงเทคโนโลยีหน้าจอ ความอึดของแบตเตอรี่ และความสามารถในการถ่ายภาพที่ดึงดูดสายตาคนใช้งานจริงอย่างเรา ๆ แบบสุด ๆ

ดีไซน์และหน้าจอใครเด่นกว่ากัน

เริ่มต้นที่ดีไซน์ตัวเครื่องกันก่อน ฝั่ง Huawei Mate 90 Pro Max เลือกใช้วัสดุกระจก Kunlun Glass 3 ผสานเข้ากับโครงอลูมิเนียมและฝาหลังพลาสติกเสริมใยแก้ว พร้อมจุดเด่นเรื่องการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 ที่รองรับแรงดันน้ำสูงได้ดี ส่วนทาง iPhone 18 Pro Max มาพร้อมกระจกหน้าจอ Ceramic Shield 2 โครงอลูมิเนียม และฝาหลังกระจก พร้อมการกันน้ำระดับ IP68 ที่ได้มาตรฐาน

ในส่วนของหน้าจอ ทั้งคู่จัดหน้าจอขนาดใหญ่เท่ากันที่ 6.9 นิ้ว พร้อมอัตรารีเฟรชเรต 120Hz แต่ทาง Huawei ดูจะจัดเต็มเรื่องความสว่างบนหน้าจอดิวอลเลย์ LTPO OLED ที่เคลมความสว่างสูงสุดไว้ถึง 12,000 นิต ในเงื่อนไขการเล่นวิดีโอเฉพาะตัว ขณะที่ Apple มาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR OLED ที่โดดเด่นเรื่องการรองรับ Dolby Vision และสารเคลือบกันสะท้อนบนหน้าจอที่ใช้งานกลางแจ้งได้ดี

ขุมพลังความแรงและระบบภายใน

ขยับมาดูกันที่หัวใจหลักอย่างชิปเซ็ตและระบบปฏิบัติการ ทาง Huawei ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 7.0 ใช้ชิปเซ็ต Kirin 9050 หรือ Kirin 9050 Pro ตามแต่ละรุ่นย่อย พร้อมให้แรมมาสูงสุดถึง 16GB และความจุสูงสุด 1TB เพื่อรองรับการทำงานรอบด้าน

ทางฝั่ง Apple จัดเต็มด้วยระบบปฏิบัติการ iOS 27 และชิปเซ็ต Apple A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร แบบซีพียู 6 คอร์ และจีพียู 7 คอร์ ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลระดับสูง รองรับความจุสูงสุดถึง 2TB พร้อมแรม 12GB ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่ชัดเจนเรื่องการเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ และงานตัดต่อสร้างสรรค์

แบตเตอรี่และการชาร์จที่แตกต่าง

เรื่องพลังงานถือเป็นอีกจุดที่เห็นความต่างค่อนข้างชัดเจน โดย Huawei ใส่แบตเตอรี่ความจุสะใจมาให้ถึง 6,800 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบชาร์จไวมีสาย 100W ชาร์จไร้สาย 50W และรองรับการชาร์จย้อนกลับทั้งแบบไร้สายและมีสาย 18W

ขณะที่ iPhone ให้แบตเตอรี่มาที่ความจุราว 5,391 มิลลิแอมป์ หรือ 5,567 มิลลิแอมป์ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย รองรับการชาร์จไวมีสายที่เติมแบตถึง 50% ได้ภายใน 15 นาทีตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมการชาร์จไร้สาย MagSafe หรือ Qi2 ที่ 25W ตามภูมิภาค

กล้องถ่ายภาพและราคาจำหน่าย

ด้านการถ่ายภาพ Huawei Mate 90 Pro Max จัดเต็มกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล แบบปรับรูรับแสงได้ กล้องเทเลโฟโต้แบบปริทรรศน์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ซูมแบบออปติคอล 4 เท่า และกล้องอัลตร้าไวด์ 40 ล้านพิกเซล ส่วน iPhone 18 Pro Max ให้กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล กล้องเทเลโฟโต้ 48 ล้านพิกเซล ซูม 4 เท่า และกล้องอัลตร้าไวด์ 48 ล้านพิกเซล ที่โดดเด่นเรื่องการบันทึกวิดีโอระดับโปร

สำหรับเรื่องราคาเปิดตัวในตลาดต่างประเทศ Huawei มีราคาจำหน่ายราว 1,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,000 บาท) ส่วน iPhone มีราคาจำหน่ายราว 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45,500 บาท) ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็มีจุดขายเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างความคุ้มค่าด้านสเปกฮาร์ดแวร์กับระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคย คุณคิดว่าฟีเจอร์ของรุ่นไหนที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณมากกว่ากัน