ถ้าพูดถึงการแต่งบ้านหรือรีโนเวทห้องครัว หลายคนคงนึกถึงภาพฝุ่นตลบ เสียงเจาะผนังดังสนั่น และงบประมาณบานปลายที่ทำเอาปวดหัว แต่สำหรับบ้านสไตล์ Greek Revival สร้างตั้งแต่ช่วงปี 1850 ที่ถูกเลือกมาจัดแสดงในงาน Brooklyn Heights Designer Showhouse ทีมดีไซเนอร์คู่หูจาก Sugarhouse อย่าง Jess และ Jonathan Nahon กลับต้องเจอโจทย์หินกว่านั้น เพราะเจ้าของบ้านเพิ่งจะรีโนเวทเสร็จไปหมาด ๆ และมีข้อแม้ว่าห้ามรื้อโครงสร้างถาวร แถมยังมีเวลาแค่ราว 15 วันในการหาทางแก้ปัญหา ก่อนจะลุยงานจริงในเวลาเพียง 25 วันเท่านั้น
งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะนอกจากห้องครัวแล้ว พวกเขายังต้องรับมือกับห้องทานอาหารที่อยู่ติดกัน ซึ่งสภาพเดิมให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในโถงทางเดินมากกว่าห้องสำหรับนั่งกินข้าว เนื่องจากพื้นที่แคบและไม่มีความเป็นสัดส่วน แถมเพดานยังมีถึง 3 ระดับเพราะมีโครงสร้างซ่อนงานระบบอยู่ข้างใน ทีมดีไซเนอร์จึงต้องหาวิธีพรางตาขั้นเทพเพื่อรวมทุกอย่างให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันแบบไม่ต้องทุบผนังทิ้งให้เสียเวลา
แก้ปัญหาเพดานต่างระดับด้วยวอลเปเปอร์และคานปลอม
ความท้าทายแรกคือเพดานในห้องทานอาหารที่มีความสูงไม่เท่ากันถึง 3 จุด ทีมดีไซเนอร์เลยแก้ด้วยการติดวอลเปเปอร์ลายใหญ่สะดุดตาจาก House of Hackney เพื่อดึงดูดสายตาให้มองเพดานเป็นเรื่องเดียวกัน พร้อมทั้งติดคานไม้ปลอมพาดผ่านระดับความสูงที่ต่างกัน ทำให้กล่องซ่อนงานระบบกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมไปโดยปริยาย
นอกจากนี้ เนื่องจากเพดานเดิมค่อนข้างต่ำ พวกเขาจึงเลือกทำกรอบผนังไม้เตี้ย ๆ ด้านล่าง และแทนที่จะทาสีด้านแบบเรียบ ๆ กลับเลือกใช้สีเคลือบเงาสูงเฉดสีแดงเข้ม Deep Reddish Brown จากแบรนด์ Farrow & Ball สีเงาวับนี้ช่วยสะท้อนแสงไฟไปทั่วห้อง ทำให้โทนสีเข้มขรึมดูอบอุ่นมีมิติ ไม่มืดทึบเหมือนถ้ำ
จัดระเบียบทางเดินและปรับลุคไอส์แลนด์ครัว
ก่อนจะไปถึงเรื่องวอลเปเปอร์ ทีมดีไซเนอร์ต้องทำให้ห้องทานอาหารทำหน้าที่ของมันเสียก่อน โดยการสร้างผนังบางส่วนพร้อมช่องโค้งกว้าง เพื่อแบ่งสเขตห้องทานอาหารให้ชัดเจนโดยไม่ตัดขาดจากห้องครัว ช่วยให้เฟอร์นิเจอร์มีที่ลงตัวและทำให้บ้านดูเหมือนมีมาดั้งเดิมตั้งแต่แรก
ส่วนห้องครัวที่มีตู้เก็บของแน่นขนัดจนคนไม่มีที่ยืนคุยกัน ทีมงานไม่ได้รื้อทำใหม่แต่เลือกปรับแต่งโครงสร้างเดิม ช่างไม้จัดการหุ้มฐานไอส์แลนด์ครัวเดิมด้วยไม้ใหม่ ใส่ขาโต๊ะและท็อปเคาน์เตอร์ใหม่ พร้อมเปิดโล่งด้านหนึ่งเพื่อให้คนดึงสตูลมานั่งคุยกันได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนพื้นที่แคบ ๆ ให้กลายเป็นมุมสังสรรค์ในครัว
ทริกเด็ดเปลี่ยนตู้เย็นให้กลายเป็นงานดีไซน์
ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะตู้เย็นสแตนเลสแบบเดิมไม่สามารถเปลี่ยนหน้าบานให้เข้ากับชุดครัวได้ ทีมงานเลยแก้ปัญหาด้วยการใช้ไวนิลพิมพ์ลายสีเดียวกับตู้ มาหุ้มทับหน้าบานตู้เย็นทั้งแผ่น จนกลายเป็นสติ๊กเกอร์ยักษ์ที่เนียนไปกับห้องครัวได้อย่างเหลือเชื่อ
ในส่วนของผนังกันเปื้อนหรือ backsplash เดิมที่เป็นหินอ่อนสีเทาธรรมดา ก็ถูกเปลี่ยนเป็นหิน Melange จาก Artistic Tile ที่มีลวดลายจัดจ้านและโทนสีอบอุ่น ทั้งสีชมพู ครีม และเขียวหม่น เข้ากันได้ดีกับชุดตู้สีน้ำเงินเข้ม Black Blue และไอส์แลนด์สี Dead Salmon จาก Farrow & Ball รวมถึงผนังปูนฉาบจาก JH Wall Paints
โชว์พาวด้วยวัสดุและแสงไฟที่ลงตัว
ฮู้ดดูดควันตัวเดิมก็ไม่ต้องซื้อใหม่ ทีมงานใช้วิธีสร้างโครงสร้างกล่องไม้ครอบทับของเดิม แล้วฉาบผิวด้วยผงโลหะผสมพิเศษ Midas Metall ที่เมื่อขัดและขัดเงาแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนโลหะแท้ ๆ ช่วยประหยัดงบไปได้เยอะ แถมยังดูสวยงามเหมือนสั่งทำพิเศษ
พื้นไม้เดิมที่ตอนแรกเกือบโดนรื้อทิ้ง แต่เจ้าของบ้านไม่อนุญาต กลับกลายเป็นข้อดีในตอนท้าย เมื่อจัดวางพรมสีเขียวสดใสจาก Nordic Knots พร้อมเปลี่ยนมาใช้ไฟติดผนังและโคมไฟแขวนวินเทจที่ห้อยต่ำลงมา ช่วยลดแสงสว่างจ้าและทำให้สีของพื้นไม้อบอุ่นขึ้นจนใคร ๆ ก็คิดว่าปูพื้นใหม่
สุดท้ายเรื่องการผสมผสานวัสดุโลหะ ทั้งก๊อกน้ำทองเหลืองไม่เคลือบเงา โคมไฟวินเทจ และผิวโลหะบนฮู้ดดูดควัน ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่ต้องกังวลว่าทุกอย่างต้องเหมือนกันเป๊ะ เพราะความหลากหลายนี้เองที่ช่วยเติมเต็มให้บ้านดูมีชีวิตชีวา คุณผู้อ่านคิดว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตกแต่งแบบนี้ น่าลองเอามาปรับใช้กับมุมโปรดที่บ้านดูบ้างไหม
ที่มา: Domino