ลองนึกภาพว่าเรากำลังเล็งสมาร์ทโฟนรุ่นที่ถูกใจไว้ กะว่าจะรอช่วงโปรโมชันลดราคาอีกนิด แต่พอเปิดดูอีกทีราคากลับดีดขึ้นไปเฉย ๆ ซะอย่างนั้น เรื่องแบบนี้กำลังเกิดขึ้นจริงกับฝั่งผู้ใช้งานในประเทศอินเดีย เมื่อทาง Samsung ตัดสินใจขยับราคาสมาร์ทโฟนระดับกลางและรุ่นคุ้มค่าขึ้นอีกระลอก ทำเอาคนที่กำลังชั่งใจอยู่ถึงกับต้องกุมขมับ

การปรับราคาในครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 โดยมีสมาร์ทโฟนยอดนิยมพร้อมกันถึง 3 รุ่นที่โดนปรับขึ้น ได้แก่ Galaxy A27, Galaxy M47 และ Galaxy F70 Pro ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถูกปรับเพิ่มขึ้นรุ่นละ 2,000 รูปี (ราว 800 - 850 บาท) ในทุกความจุเลยทีเดียว

ปรับขึ้นรวดเดียว 3 รุ่น สเปกเดิมแต่จ่ายเพิ่มขึ้น

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยผู้ปล่อยข้อมูลข่าวหลุดอย่าง Sanju Choudhary บนแพลตฟอร์ม X ที่ไปพบข้อมูลจากเอกสารสื่อสารภายในสำหรับตัวแทนจำหน่าย โดยพบว่าสมาร์ทโฟนคู่แฝดที่ใช้สเปกใกล้เคียงกันอย่าง Galaxy M47 และ Galaxy F70 Pro มีราคาตั้งต้นขยับขึ้นเรียบร้อยแล้ว รุ่นเริ่มต้นความจุ 6GB/128GB ปรับจากเดิม 35,999 รูปี (ราว 15,000 บาท) พุ่งขึ้นไปเป็น 37,999 รูปี (ราว 16,000 บาท)

สำหรับคนที่ต้องการความจุเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย รุ่น 8GB/128GB ก็ขยับจาก 39,999 รูปี (ราว 16,800 บาท) ไปแตะที่ 41,999 รูปี (ราว 17,600 บาท) ส่วนรุ่นท็อปสุดอย่าง 8GB/256GB ก็ถูกปรับจาก 44,999 รูปี (ราว 18,900 บาท) ขึ้นไปอยู่ที่ 46,999 รูปี (ราว 19,700 บาท) เต็ม ๆ

ในขณะเดียวกัน รุ่นสายไลฟ์สไตล์อย่าง Galaxy A27 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 6 Gen 3 ตัวเดียวกัน ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน โดยรุ่นความจุ 6GB/128GB ขยับราคาจาก 33,999 รูปี (ราว 14,300 บาท) เป็น 35,999 รูปี (ราว 15,000 บาท) รุ่นความจุ 8GB/128GB ปรับจาก 40,999 รูปี (ราว 17,200 บาท) เป็น 42,999 รูปี (ราว 18,000 บาท) และรุ่นความจุ 8GB/256GB พุ่งขึ้นจาก 45,499 รูปี (ราว 19,100 บาท) จนไปแตะเพดานที่ 47,499 รูปี (ราว 20,000 บาท)

หน้าเว็บทางการเปลี่ยนแล้ว แต่หน้าร้านอื่นยังมีลุ้น

การปรับราคาครั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริงแน่นอน เพราะบนหน้าเว็บไซต์ทางการของ Samsung India ได้อัปเดตตัวเลขราคาใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครยังอยากได้ราคาเดิมอยู่ก็ยังมีช่องทางและช่วงเวลาสั้น ๆ ให้คว้าไว้ เพราะร้านค้าออนไลน์รายใหญ่อย่าง Flipkart และ Amazon ยังคงแสดงราคาเดิมอยู่ตราบใดที่สต็อกเก่ายังไม่หมด

นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว หน้าร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไปบางแห่งก็อาจจะยังเคลียร์สินค้าสต็อกเก่าในช่วงเทศกาลอยู่ ประกอบกับโปรโมชันบัตรเครดิตหรือส่วนลดเพิ่มเติมต่าง ๆ ก็อาจจะช่วยให้ผู้ซื้อได้เครื่องมาในราคาที่จับต้องได้มากกว่า แต่ถ้าสินค้าล็อตเก่าหมดไป ราคาของร้านค้าเหล่านี้ก็คงต้องขยับตามราคาทางการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

แรงกดดันต้นทุนพุ่ง ปัญหาใหญ่ของตลาดมือถือ

ถ้ามองย้อนกลับไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการขึ้นราคาแบบนี้ เพราะในช่วงไม่กี่สัปดาห์และไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Samsung ได้ทยอยขึ้นราคาสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy A และ Galaxy M ไปแล้วหลายรุ่น รวมถึงตระกูลน้องเล็กอย่าง A17 และ M17 ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ตัว Galaxy M47 และ Galaxy F70 Pro เองก็เพิ่งจะโดนปรับราคาขึ้นไป 3,000 รูปี (ราว 1,250 บาท) มาแล้วรอบหนึ่งเมื่อช่วงเดือนกันยายน ทำให้พอนับรวมกันแล้ว ราคาตอนนี้พุ่งสูงกว่าราคาตอนเปิดตัวไปไกลมาก

เบื้องหลังของการปรับขึ้นราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Samsung เจ้าเดียวเท่านั้น แต่แบรนด์คู่แข่งในตลาดอย่าง OPPO และ Vivo ต่างก็ต้องขยับราคาขึ้นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในภาพรวมของอุตสาหกรรม ที่ต้องแบกรับต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากสมาร์ทโฟนระดับกลางยังคงปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบนี้ คุณคิดว่าจะยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้แบรนด์ที่คุ้นเคย หรือจะเริ่มมองหาทางเลือกอื่นที่คุ้มค่ากว่ากัน?