ช่วงนี้ถ้าใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่สเปกแรงสะใจ บอกเลยว่าต้องหูผึ่งกันแน่นอน เพราะตอนนี้มีกระแสเปรียบเทียบระหว่างมือถือรุ่นใหม่อย่าง iQOO 16 และ OnePlus 16 ที่ต่างฝ่ายต่างงัดทีเด็ดออกมาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นเกมบนมือถือหรือมองหาความคุ้มค่าในระดับท็อป ศึกครั้งนี้ถือว่าน่าติดตามสุด ๆ เพราะแต่ละค่ายเลือกแนวทางที่ต่างกันอย่างชัดเจนในการดึงดูดใจผู้ใช้งาน
ชิปเซ็ตความแรงระดับท็อปและการระบายความร้อน
มาเริ่มกันที่หัวใจหลักอย่างชิปประมวลผล ทั้ง 2 รุ่นใช้ชิปรุ่นเดียวกันคือ Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ขนาด 2 นาโนเมตร ที่มีแกนประมวลผลหลักวิ่งความเร็วสูงสุด 5 กิกะเฮิรตซ์ แต่ความต่างมันอยู่ตรงที่แต่ละค่ายเลือกใส่อุปกรณ์เสริมรอบตัวชิปเพื่อรีดประสิทธิภาพออกมาให้ได้มากที่สุด โดยทาง iQOO 16 จับคู่ชิปหลักเข้ากับชิปเสริมเล่นเกม Q4 และระบบจัดการพลังงานที่เรียกว่า Monster Super Core Engine ซึ่งทางค่ายบอกว่าชิป Q4 นี้ช่วยดันประสิทธิภาพให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 15% และรองรับการทำเรย์เทรซิงแบบเรียลไทม์ในเกมดัง รวมถึงการสร้างเฟรมเรตสูงถึง 165 เฟรมต่อวินาที
ส่วนทางฝั่ง OnePlus 16 เลือกใช้ระบบจัดการเกมที่เรียกว่า Wind Chaser Game Core พร้อมระบบอีสปอร์ต 3 ชิป ประกอบด้วยชิปเครือข่าย G3 ชิปสัมผัส Lingxi T3 และชิปแสดงผล P4 ซึ่งตั้งเป้าดันเฟรมเรตในเกมที่รองรับให้พุ่งไปถึง 185 เฟรมต่อวินาที สูงกว่าคู่แข่งไปอีกขั้น ในส่วนของการระบายความร้อน iQOO 16 จัดเต็มห้องไอระบายความร้อนขนาด 8,500 ตารางมิลลิเมตร พร้อมแผ่นกราไฟต์และเจลนำความร้อน ขณะที่ OnePlus 16 ใช้ห้องไอระบายความร้อนรุ่นใหม่ Glacier ที่เคลมว่าระบายความร้อนได้ดีขึ้น 40% และเจลนำความร้อนดีขึ้น 50%
หน้าจอแสดงผลและความสว่างสะใจ
ในเรื่องของหน้าจอแสดงผล iQOO 16 มาพร้อมจอ Samsung M16 AMOLED ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ที่ 3,168 คูณ 1,440 พิกเซล และอัตรารีเฟรชเรตสูงสุด 165 เฮิรตซ์ พร้อมความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 10,000 นิต และความสว่างเต็มจอราว 2,800 นิต โดยมีโหมดช่วยให้ใช้งานรีเฟรชเรตสูงในแอปพลิเคชันทั่วไปได้มากกว่า 100 แอปเมื่อเปิดใช้งานผ่านโหมดนักพัฒนาซอฟต์แวร์
ส่วนทาง OnePlus 16 จะใช้จอขนาดเล็กกว่านิดหน่อยอยู่ที่ 6.78 นิ้ว เป็นพาเนลจาก BOE ที่ความละเอียดระดับ 1.5K รองรับอัตรารีเฟรชเรตสูงสุดถึง 185 เฮิรตซ์ในเกมที่รองรับ พร้อมความสว่างสูงสุด 2,000 นิต และเทคโนโลยีลดการกระพริบของหน้าจอ PWM dimming ที่ความถี่ 3,840 เฮิรตซ์ รวมถึงได้รับมาตรฐานถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland อีกด้วย
แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ
ขยับมาดูกันที่เรื่องแบตเตอรี่และความอึดในการใช้งานกันบ้าง ทาง OnePlus 16 ให้แบตเตอรี่มาใหญ่สะใจถึง 9,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง ซึ่งใหญ่กว่าฝั่ง iQOO 16 ที่ให้มา 8,400 มิลลิแอมป์ชั่วโมง โดย iQOO ใช้เทคโนโลยีซิลิคอนแอนโธดรุ่นที่ 5 ที่เคลมว่าเล่นเกมที่ 165 เฟรมต่อวินาทีได้นานราว 8.6 ชั่วโมง ส่วน OnePlus 16 เคลมว่าเล่นเกมแนว MOBA ที่ 120 เฟรมขึ้นไปได้นานราว 8.1 ชั่วโมง และดูวิดีโอได้นานราว 23.8 ชั่วโมง
ในส่วนของการชาร์จไฟ ทั้งคู่รองรับการชาร์จไวแบบใช้สายเท่ากันที่ 100 วัตต์ โดย OnePlus 16 ใช้เวลาชาร์จเต็มจาก 1% ราว 52 นาที แต่ถ้ามองเรื่องการชาร์จไร้สายทาง OnePlus 16 จะได้เปรียบกว่านิดหน่อยเพราะรองรับการชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ ขณะที่ iQOO 16 รองรับ 40 วัตต์ นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังรองรับระบบชาร์จแบบบายพาสที่ดึงไฟจากที่ชาร์จเข้าเครื่องโดยตรงเวลาเล่นเกม เพื่อลดความร้อนสะสมขณะใช้งาน
กล้องถ่ายรูปและฟีเจอร์เสริม
ด้านการถ่ายรูป ทั้งสองรุ่นจัดเต็มเลนส์หลักและเลนส์ซูมมาให้อย่างจุใจ โดย iQOO 16 เลือกใช้เซนเซอร์หลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1 ส่วน 1.3 นิ้ว รูรับแสง f/1.68 พร้อมระบบกันสั่น CIPA 5.5 ส่วน OnePlus 16 มาพร้อมเซนเซอร์หลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ขนาด 1 ส่วน 1.4 นิ้ว ที่ให้ความละเอียดเต็มพิกเซลและครอปภาพทีหลังได้
สำหรับเลนส์ซูมและเลนส์มุมกว้าง ทั้งคู่ใส่เลนส์เทเลโฟโต้แบบปริทรรศน์ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ซูมแบบออปติคอล 3 เท่ามาให้เหมือนกัน และมีเลนส์มุมกว้าง 50 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกัน ส่วนกล้องหน้าทาง OnePlus 16 ให้ความละเอียดมาที่ 50 ล้านพิกเซลพร้อมระบบออโต้โฟกัส ขณะที่ iQOO 16 ให้มาที่ 32 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบประมวลผลภาพจากฝั่ง Vivo และ Oppo ที่ช่วยเรื่องโทนสีและแต่งภาพตามลำดับ
การควบคุมและระบบการเชื่อมต่อ
มาถึงฟีเจอร์เสริมสำหรับการเล่นเกมและการเชื่อมต่อ ทั้งสองรุ่นใส่ฮาร์ดแวร์เฉพาะมาช่วยเรื่องการสัมผัสและการเคลื่อนไหว โดย iQOO 16 รองรับการสุ่มตัวอย่างการสัมผัสหน้าจอสูงถึง 5,000 เฮิรตซ์ในแบบชั่วขณะ และ 500 เฮิรตซ์สำหรับการสัมผัสหลายนิ้ว ส่วน OnePlus 16 รองรับการสัมผัสหลายนิ้วสูงสุด 520 เฮิรตซ์
ในส่วนของระบบเครือข่ายและการรับสัญญาณ iQOO 16 ใช้ชิปเสริม Wi-Fi พร้อมเสาอากาศด้านข้างและเสาอากาศแบบวงแหวน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Wi-Fi ดีขึ้น 34% และสัญญาณเซลลูลาร์ดีขึ้น 17% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่วน OnePlus 16 ใช้ชิป G3 ที่ช่วยลดความหน่วงในการเล่นเกมผ่านเครือข่ายมือถือลงได้ 42.1% ระหว่าง iQOO 16 กับ OnePlus 16 คุณคิดว่าฟีเจอร์เด่นของรุ่นไหนที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากกว่ากัน
ที่มา: Gizmochina