ช่วงนี้ถ้าใครได้ติดตามข่าวคราวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คงจะพอผ่านตากันมาบ้างว่าทางกระทรวงเขาเพิ่งสรุปผลงานในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทางหน่วยงานมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานในภาคการเกษตรให้ทันสมัยขึ้น โดยเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในแปลงปลูก เพื่อเป้าหมายใหญ่คือการทำให้พี่น้องเกษตรกรบ้านเรามีรายได้ที่ดีขึ้นและลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้เบาบางลงอย่างเป็นระบบ

การดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่เรื่องของการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการจัดระเบียบตลาดสินค้าเกษตรให้มีความยุติธรรมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พวกเราชาวเกษตรกรให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะการมีสินค้าผิดกฎหมายหรือสินค้าลักลอบนำเข้าเข้ามาตีตลาด ย่อมส่งผลโดยตรงต่อราคาผลผลิตที่พวกเราทำมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย

เน้นเทคโนโลยีนำทางลดรายจ่าย

หัวใจสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ หยิบยกขึ้นมาเป็นจุดเปลี่ยนในรอบ 90 วันนี้ คือการนำเอานวัตกรรมเกษตรยั่งยืนมาเป็นตัวช่วยหลักในการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งในยุคที่ปุ๋ย ยา และค่าแรงแพงขึ้นทุกวัน การหันมาใช้เทคโนโลยีที่แม่นยำจะช่วยให้เราใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องสิ้นเปลืองไปกับสิ่งที่เกินความต้องการของพืช

เป้าหมายของการทำงานครั้งนี้คือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น โดยมองว่าเมื่อต้นทุนลดลงและผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น กำไรที่จะเข้ากระเป๋าพี่น้องเกษตรกรย่อมขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทางกระทรวงได้เร่งผลักดันนโยบายนี้ให้ลงไปถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติจริงสำหรับเกษตรกรในทุกกลุ่ม

จัดระเบียบตลาดและเร่งแก้หนี้สิน

นอกจากเรื่องการผลิตแล้ว อีกขาหนึ่งที่สำคัญมากคือการปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นการปกป้องเกษตรกรไทยไม่ให้ต้องเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำจากการที่มีสินค้าด้อยคุณภาพหรือสินค้าเถื่อนเข้ามาแทรกแซงราคาในตลาด โดยทางกระทรวงได้ยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้กลไกราคาเป็นไปตามความเป็นจริงและเป็นธรรมกับผู้ผลิตในประเทศ

ในส่วนของปัญหาหนี้สินที่เป็นเหมือนก้อนหินถ่วงความเจริญของหลายครอบครัว ทางกระทรวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น และมีโอกาสในการตั้งตัวหรือขยายการผลิตได้โดยไม่ถูกพันธนาการด้วยภาระหนี้ที่เกินกำลัง

สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้:

  • ปรับเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมเกษตรยั่งยืนเพื่อควบคุมและลดต้นทุนการผลิตในแปลงของตนเอง โดยเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามคำแนะนำของหน่วยงานรัฐ
  • ติดตามและใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ให้มั่นคงขึ้น
  • ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสหรือเฝ้าระวังสินค้าเกษตรผิดกฎหมายในพื้นที่ เพื่อปกป้องกลไกราคาตลาดและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยด้วยกันเอง
  • เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ทางภาครัฐจัดขึ้น เพื่อหาทางออกในการจัดการภาระทางการเงินให้มีความยั่งยืนและตรงจุด