เวลาที่เราพูดถึงเรื่องทำนา หลายคนคงนึกถึงภาพทุ่งนาสีเขียวขจีที่รอวันเก็บเกี่ยว แต่สำหรับเกษตรกรในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ หลายครอบครัวกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าหนักใจ เพราะพื้นที่ทำนาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอยู่ทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก ทำให้การปลูกข้าวแบบปกติกลายเป็นเรื่องที่แทบจะหวังผลกำไรไม่ได้เลย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะหลายพื้นที่ในบ้านเราก็เจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน คือการที่ธรรมชาติไม่เป็นใจทำให้ผลผลิตเสียหายบ่อยครั้ง สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ลงพื้นที่เพื่อหาทางออกให้กับเกษตรกร จนกระทั่งได้พบกับพืชทางเลือกที่สามารถเติบโตได้ดีในน้ำและสร้างรายได้ที่น่าพอใจ ซึ่งก็คือการปลูกบัวตัดฝักนั่นเอง
เปลี่ยนพื้นที่น้ำท่วมให้เป็นโอกาส
คุณนรินทร์ ศรีวรษา เกษตรกรจากบ้านนาดงน้อย ตำบลนาดวง อำเภอปากคาด คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คุณนรินทร์ยึดอาชีพทำนาตามรอยบรรพบุรุษมาตั้งแต่ปี 2530 บนที่ดินผืนเดิมที่ต้องเจอกับน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด จากเดิมที่มีที่ดินกว่า 70 ไร่ แต่เมื่อแบ่งสรรให้พี่น้องแล้ว ปัจจุบันคุณนรินทร์เหลือพื้นที่ทำนาอยู่ประมาณ 7 ไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้แทบจะจมอยู่ใต้น้ำทุกครั้งเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก
ความยากลำบากของการทำนาในพื้นที่แห่งนี้คือความไม่คุ้มทุน คุณนรินทร์เล่าให้ฟังว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การทำนาแต่ละครั้งต้องลุ้นระทึกกับระดับน้ำ และจากการเก็บสถิติที่ผ่านมาพบว่า การปลูกข้าวในรอบ 3 ถึง 4 ปี จะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตและได้กำไรจากการทำนา ซึ่งนับว่าเป็นความเสี่ยงที่สูงมากสำหรับอาชีพหลักของครอบครัว
ทางออกด้วยพืชทางเลือก
จากปัญหาที่เกิดขึ้น สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังเพื่อหาพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยพิจารณาจากพืชที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและมีความต้องการของตลาดสูง จนได้ข้อสรุปว่าพืชประเภทบัวและข่าธรรมชาติเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพมากที่สุด โดยเฉพาะบัวตัดฝักพันธุ์หนองนาบอนที่กำลังได้รับความสนใจ
การปลูกบัวตัดฝักในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากถือเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการทำนาที่ต้องเสี่ยงกับน้ำท่วม มาเป็นการทำเกษตรที่ใช้ประโยชน์จากน้ำให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความสูญเสียจากผลผลิตข้าวแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือรายได้หลักที่มั่นคงกว่าเดิมให้กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำทั่วประเทศ
สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้:
- การสำรวจสภาพพื้นที่ของตนเอง หากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ควรพิจารณาเปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่มาเป็นพืชที่ชอบน้ำ เช่น บัว เพื่อลดความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหาย
- การปรึกษาหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ เพื่อขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับสายพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำในท้องถิ่นนั้น ๆ เหมือนกรณีของบัวพันธุ์หนองนาบอนที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่าเหมาะกับพื้นที่
- การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะพยายามฝืนปลูกพืชที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศหรือระดับน้ำในบางฤดูกาล
- การมองหาพืชทางเลือกที่มีความต้องการของตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปีแทนการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว
หากท่านมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำในทุกปี ท่านคิดว่าการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชที่ชอบน้ำอย่างบัวตัดฝัก จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาความยากจนและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัวของท่านได้หรือไม่
ที่มา: เทคโนโลยีชาวบ้าน