ลองนึกภาพตามนะครับ เวลาเราจะฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์หรือสารที่มาจากธรรมชาติเพื่อกำจัดศัตรูพืช หลายครั้งเราก็ฉีดแบบเหมาเข่งไปทั่วแปลง ทั้งที่บางจุดอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หรือบางจุดปัญหาอาจจะหนักจนสารที่ฉีดไปเอาไม่อยู่ การทำแบบเดิม ๆ อาจจะทำให้เราสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แถมประสิทธิภาพที่ได้ก็ยังไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่ควรจะเป็น
วันนี้วงการเกษตรระดับโลกเขากำลังหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าเกษตรแม่นยำสูง หรือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างละเอียด เพื่อปลดล็อกศักยภาพของสารชีวภัณฑ์ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ที่สุดครับ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดสาร แต่เป็นเรื่องของการเข้าใจธรรมชาติในแปลงของเราผ่านข้อมูลที่แม่นยำ
เปลี่ยนการเดาเป็นการตัดสินใจด้วยข้อมูล
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือการนำเครื่องมือตรวจวัดและระบบนำทางที่แม่นยำมาใช้ควบคู่ไปกับสารชีวภัณฑ์ แทนที่เราจะเดาสุ่มว่าต้องฉีดตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยระบุพิกัดที่แน่นอนว่าจุดไหนของแปลงที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ทำให้การใช้สารชีวภัณฑ์มีความแม่นยำเหมือนการผ่าตัด ไม่ใช่การเหวี่ยงแหอีกต่อไป
การทำงานแบบนี้ช่วยให้สารชีวภัณฑ์ซึ่งปกติแล้วจะมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมมากกว่าสารเคมี สามารถออกฤทธิ์ได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะถูกนำไปใช้ในเวลาที่เหมาะสมและในปริมาณที่พอเหมาะพอดีกับความต้องการของพืชและสถานการณ์ของศัตรูพืชในขณะนั้น
เบื้องหลังความสำเร็จที่มากกว่าแค่การฉีดพ่น
เหตุผลที่เทคโนโลยีความแม่นยำสูงกลายเป็นกุญแจสำคัญ เพราะมันช่วยแก้จุดอ่อนของสารชีวภัณฑ์ที่มักจะสลายตัวได้ง่ายหรือต้องการสภาพแวดล้อมที่จำเพาะเจาะจงในการออกฤทธิ์ เมื่อเราใช้ระบบเซนเซอร์เข้ามาช่วยอ่านค่าในแปลง เราจะรู้เลยว่าสภาพอากาศหรือความชื้นในจุดนั้น ๆ เอื้อต่อการทำงานของสารชีวภัณฑ์หรือไม่
นอกจากนี้การจัดการด้วยความแม่นยำยังช่วยลดโอกาสที่สารจะฟุ้งกระจายไปยังจุดที่ไม่จำเป็น ทำให้เราสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตที่ยั่งยืนและตอบโจทย์เกษตรกรที่อยากลดการใช้สารเคมีลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวเสริมให้ธรรมชาติทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้
- เริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลในแปลงให้ละเอียดขึ้น เพื่อระบุจุดที่มีปัญหาจริงแทนการฉีดพ่นทั้งพื้นที่
- ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยวัดสภาพแวดล้อมในแปลง เพื่อกำหนดเวลาการใช้สารชีวภัณฑ์ในช่วงที่สารจะทำงานได้ดีที่สุด
- ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการแปลงจากการเหวี่ยงแหเป็นการใช้สารในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการจริงของพืชแต่ละจุด
- เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับการใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการควบคุมศัตรูพืชและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น
ถ้าหากเราเริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ในไร่ในสวนของเรา ท่านคิดว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเริ่มต้นคือเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์หรือว่าเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิธีคิดครับ
ที่มา: "precision agriculture" - Google News