หลายท่านที่ทำอาชีพเกษตรกรรมคงคุ้นเคยกันดีกับความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพียงชนิดเดียว ที่ต้องลุ้นทั้งเรื่องราคาตลาดและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละไม่กี่ครั้ง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเกษตรกรต้นแบบจากจังหวัดกำแพงเพชรที่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการปลูกข้าวและมันสำปะหลังเพียงอย่างเดียว มาสู่การทำเกษตรผสมผสานที่เน้นความมั่นคงของรายได้เป็นหลัก

ชายผู้นี้คือ คุณสรรเสริญ สวรรค์บรรพต ประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ศพก. ในอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้รับรางวัลเศรษฐกิจการเกษตรอาสาดีเด่นประจำปี 2567 โดยเขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารจัดการพื้นที่อย่างชาญฉลาดและการรวมกลุ่มเกษตรกรมีความสำคัญเพียงใดในการยกระดับคุณภาพชีวิต

จากพืชเชิงเดี่ยวสู่การรวมกลุ่มผลิต

ในอดีตคุณสรรเสริญเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทั้งข้าวและมันสำปะหลังซึ่งทำให้รายได้ไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคาตลาด เขาจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่โดยการแบ่งพื้นที่ส่วนน้อยมาทดลองปลูกพืชผักสวนครัว จนกระทั่งพบว่าพริกเม็ดใหญ่ลูกผสมเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้

ด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้หลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คุณสรรเสริญจึงไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ยังรับบทบาทสำคัญในการเป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ผักในตำบลวังหามแห และประธานแปลงใหญ่มันสำปะหลังในตำบลบ่อถ้ำ รวมถึงเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่และพืชสมุนไพรหนองช้างงาม เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและพัฒนาคุณภาพผลผลิตร่วมกันในกลุ่มเกษตรกร

พริกซอสทางเลือกใหม่ที่ทำเงิน

การตัดสินใจเลือกปลูกพริกซอสเป็นพืชทดแทนมันสำปะหลังในบางส่วนของพื้นที่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะต้องรอคอยรายได้เพียงปีละครั้งเหมือนในอดีต โดยเน้นการผลิตที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยและปลอดสารพิษ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้นในปัจจุบัน

การรวมกลุ่มภายใต้ระบบแปลงใหญ่ช่วยให้การจัดการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์พริกไปจนถึงการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผลผลิตที่ได้มีความสม่ำเสมอและเป็นที่ต้องการของโรงงานแปรรูปและตลาดรับซื้อ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ผลิตต้นน้ำไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคง

สิ่งที่เกษตรกรไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้

  • การปรับลดพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและแบ่งส่วนมาทำเกษตรผสมผสานเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี
  • การรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่หรือวิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกัน
  • การเลือกปลูกพืชที่มีความต้องการของตลาดสูง เช่น พริกซอส โดยเน้นการผลิตที่ปลอดภัยและปลอดสารพิษเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต
  • การนำหลักการตลาดนำการผลิตมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตที่ได้จะมีช่องทางจัดจำหน่ายที่แน่นอนและลดความเสี่ยงจากราคาตกต่ำ

หากท่านมีพื้นที่ทำเกษตรอยู่แล้ว ท่านคิดว่าพืชชนิดใดในท้องถิ่นของท่านที่มีศักยภาพมากพอที่จะนำมาปรับใช้ในรูปแบบเกษตรผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวได้บ้างครับ